ข้อเข่าเสื่อม: ทำไมข้อต่อถึงสึก อาการเป็นอย่างไร และดูแลอย่างไรให้ยังขยับได้ดี
ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคข้อที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่กระดูกอ่อนในข้อค่อยๆ สึกร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้อ บทความนี้อธิบายว่าอาการเป็นอย่างไร ต่างจากข้ออักเสบรูมาตอยด์ตรงไหน อะไรทำให้เสี่ยง และทำไมการขยับตัวจึงเป็นการดูแลอันดับแรกที่ทำร่วมกับแพทย์ได้

เดินขึ้นบันไดแล้วรู้สึกเสียวหรือปวดตื้อๆ ที่เข่า ลุกจากเก้าอี้ทีไรก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบในข้อ ตอนเช้าข้อเข่าฝืดอยู่พักหนึ่งกว่าจะเดินได้คล่อง หรือปวดมากขึ้นเวลาใช้งานหนักแล้วค่อยดีขึ้นเมื่อได้พัก อาการเหล่านี้พบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และหลายคนเริ่มกังวลว่าข้อเข่าจะเสื่อมลงเรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจเดินไม่ได้
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจภาวะข้อเข่าเสื่อมทีละชั้น ว่ามันคืออะไร เกิดจากอะไร ต่างจากข้ออักเสบรูมาตอยด์อย่างไร และที่สำคัญกว่านั้นคือมีอะไรที่คุณเริ่มดูแลตัวเองได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ ข่าวที่อยากบอกก่อนคือข้อเข่าเสื่อมดูแลได้ และสิ่งที่งานวิจัยแนะนำเป็นอันดับแรกมักไม่ใช่ยาหรือการผ่าตัด แต่คือการขยับตัวอย่างเหมาะสม
ข้อเข่าเสื่อมคือการสึกของข้อต่อ ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุ
ข้อเข่าเสื่อม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า osteoarthritis เป็นโรคข้อที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะรองปลายกระดูกในข้อต่อค่อยๆ สึกและบางลงทีละน้อยตามเวลา ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้อ ไม่ใช่แค่กระดูกอ่อนอย่างเดียว เมื่อกระดูกอ่อนบางลง การเคลื่อนไหวของข้อจึงไม่ลื่นเหมือนเดิม และข้อเข่าเป็นตำแหน่งที่พบการเสื่อมได้บ่อย เพราะเป็นข้อที่ต้องรับน้ำหนักตัวเกือบตลอดเวลาที่เรายืนหรือเดิน
หลายคนเข้าใจว่าข้อเข่าเสื่อมคือชะตากรรมของคนสูงวัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่อายุอย่างเดียว และที่สำคัญคือมันไม่ได้แปลว่าคุณต้องหยุดใช้ข้อเข่า ตรงกันข้าม การขยับตัวอย่างเหมาะสมกลับเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่ดี การรู้ว่ามันคือภาวะที่มีชื่อและมีแนวทางดูแล จึงเปลี่ยนคำถามในหัวคุณจาก ข้อเข่าฉันจะแย่ลงไปเรื่อยๆ ใช่ไหม ไปเป็น ฉันจะดูแลข้อเข่าแบบนี้อย่างไรให้ยังใช้งานได้ดี
อาการเป็นอย่างไร และต่างจากข้ออักเสบรูมาตอยด์ตรงไหน
อาการของข้อเข่าเสื่อมมักค่อยเป็นค่อยไป ที่พบบ่อยได้แก่
- ปวดข้อเวลาใช้งาน เช่น เดิน ขึ้นลงบันได นั่งยองๆ หรือยืนนาน แล้วมักดีขึ้นเมื่อได้พัก
- ข้อฝืด โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังอยู่นิ่งนานๆ แต่มักฝืดอยู่ไม่นาน โดยทั่วไปมักน้อยกว่าราว 30 นาที
- ขยับข้อได้น้อยลง งอหรือเหยียดเข่าได้ไม่สุดเหมือนเดิม
- มีเสียงหรือความรู้สึกกรอบแกรบในข้อเวลาขยับ ที่เรียกว่า crepitus
จุดที่ช่วยแยกข้อเข่าเสื่อมออกจากข้ออักเสบรูมาตอยด์คือกลไกที่อยู่เบื้องหลัง ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกและการใช้งานสะสมของข้อ ไม่ใช่โรคที่ระบบภูมิคุ้มกันหันมาทำร้ายข้อตัวเองอย่างข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งเป็นภาวะแพ้ภูมิตัวเอง ด้วยกลไกที่ต่างกันนี้ อาการก็ต่างกันไปด้วย ข้อฝืดตอนเช้าของรูมาตอยด์มักยาวนานกว่าและมักเป็นหลายข้อแบบสมมาตรทั้งสองฝั่งของร่างกาย ในขณะที่ข้อเข่าเสื่อมมักฝืดช่วงสั้นๆ และสัมพันธ์กับการใช้งาน การแยกสองภาวะนี้สำคัญ เพราะแนวทางดูแลต่างกันมาก และการวินิจฉัยที่ชัดเจนต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ ไม่ใช่การเดาเองจากอาการ
อะไรทำให้เสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่ทำให้ข้อรับภาระมากกว่าที่มันจะซ่อมแซมตัวเองได้ทัน ปัจจัยที่พบว่าเกี่ยวข้องได้แก่
- อายุที่มากขึ้น เป็นปัจจัยที่พบร่วมได้บ่อย เพราะข้อผ่านการใช้งานสะสมมานาน
- การบาดเจ็บที่ข้อเข่าในอดีต เช่น เอ็นหรือหมอนรองข้อเข่าเคยฉีกขาด อาจเพิ่มโอกาสเสื่อมในภายหลัง
- น้ำหนักตัวที่มากเกินไป เพิ่มภาระที่ข้อเข่าต้องรับในทุกก้าว จึงเป็นปัจจัยที่ปรับได้และมีผลชัด
- การใช้งานข้อซ้ำหรือรับน้ำหนักหนักเป็นประจำ เช่น งานบางอย่างที่ต้องคุกเข่าหรือยกของหนักซ้ำๆ
- พันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มทางกรรมพันธุ์ที่ทำให้ข้อเสื่อมได้ง่ายกว่าคนอื่น
การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าบางอย่างเราปรับได้ เช่น น้ำหนักตัวและการดูแลข้อหลังบาดเจ็บ ในขณะที่บางอย่างเช่นอายุและพันธุกรรมปรับไม่ได้ แต่ก็ยังจัดการผลกระทบได้ด้วยการดูแลส่วนที่อยู่ในมือเรา
ดูแลได้จริง เริ่มที่การขยับและการดูแลตัวเอง
แนวทางของ American College of Rheumatology ร่วมกับ Arthritis Foundation ปี 2019 แนะนำอย่างหนักแน่นให้การออกกำลังกาย การลดน้ำหนักในคนที่น้ำหนักเกิน และการดูแลจัดการตัวเอง เป็นแกนหลักของการดูแลข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่สิ่งเสริมที่ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้
การขยับตัวและออกกำลังกาย อาจฟังดูขัดกับความรู้สึก เพราะเมื่อข้อปวดเรามักอยากพักอย่างเดียว แต่การเคลื่อนไหวและการฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ช่วยพยุงข้อเข่าและกระจายแรงได้ดีขึ้น จึงช่วยลดอาการและรักษาการใช้งานไว้ ไม่ได้ทำให้ข้อพังเร็วขึ้นอย่างที่หลายคนกลัว การขยับตัวแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังในน้ำ เป็นทางเลือกที่มักทำได้ต่อเนื่อง
การดูแลน้ำหนัก ในคนที่น้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักลงช่วยลดภาระที่ข้อเข่าต้องรับในทุกก้าว จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่งานวิจัยสนับสนุนชัดเจนว่าช่วยเรื่องอาการได้
ทางเลือกทางการแพทย์ ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณายาทาหรือยารับประทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือการฉีดยาเข้าข้อในบางสถานการณ์ ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อาการรุนแรงและวิธีอื่นช่วยได้ไม่พอแล้ว การเลือกใช้ยา การฉีดยา หรือการผ่าตัด ล้วนเป็นการตัดสินใจที่ต้องทำร่วมกับแพทย์ โดยดูจากอาการ ระดับความรุนแรง และเป้าหมายของแต่ละคน บทความนี้จึงไม่ระบุขนาดยาหรือสูตรใดๆ และไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เอง
จุดที่ต้องระวัง: ความรุนแรงในภาพเอกซเรย์ไม่ได้บอกระดับความปวดเสมอไป และยังไม่มีวิธีใดที่ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วงอกกลับมาใหม่ได้
ภาพเอกซเรย์ที่ดูว่าข้อเสื่อมมากอาจอยู่ในคนที่ปวดไม่มาก ในขณะที่บางคนภาพดูไม่รุนแรงแต่กลับปวดมาก ระดับความปวดจึงขึ้นกับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย ด้วยเหตุนี้จึงควรระวังผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่อ้างว่ารักษาข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดหรือทำให้กระดูกอ่อนงอกใหม่ เพราะยังไม่มีหลักฐานรองรับ การดูแลที่มีหลักฐานดีที่สุดในตอนนี้คือการขยับตัวและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ซึ่งปลอดภัยและช่วยได้จริง แม้จะรู้สึกขัดกับความคิดที่ว่าข้อที่ปวดควรได้พักอย่างเดียว ที่มา แนวทาง ACR/Arthritis Foundation ปี 2019 (PMID 31908149), StatPearls
เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์ถ้าคุณสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้
- ปวดเข่าเรื้อรังที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เดิน ขึ้นบันได หรือทำงานได้ลำบากลง
- ข้อเข่าบวม แดง ร้อน หรือฝืดตอนเช้านานผิดปกติ ซึ่งอาจชี้ไปที่ภาวะอื่นที่ต้องแยก
- เข่าติดขัด งอเหยียดไม่สุด หรือรู้สึกเหมือนข้อจะทรุด
- อาการปวดที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือปวดจนรบกวนการนอน
การวินิจฉัยข้อเข่าเสื่อมและการแยกจากภาวะอื่น เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือการติดเชื้อในข้อ ต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และบางครั้งภาพถ่ายหรือผลเลือด จึงควรทำโดยแพทย์ ไม่ใช่สรุปเองจากการค้นอาการทางอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่คุณเริ่มทำได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ระหว่างรอไปพบแพทย์ คือเลือกขยับตัวแบบแรงกระแทกต่ำที่ทำได้ต่อเนื่อง เช่น เดินในระยะที่ไหว ปั่นจักรยานเบาๆ หรือออกกำลังในน้ำ ค่อยๆ เพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาเพื่อช่วยพยุงข้อเข่า ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ข้อรับไหว และเลือกรองเท้าที่รองรับและกระจายแรงได้ดีแทนรองเท้าที่แข็งหรือส้นสูง ก้าวเล็กๆ เหล่านี้คือการดูแลที่แกนต้นทางของข้อเข่าเสื่อมโดยตรง และทำได้เลยโดยไม่ต้องรอ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ การวินิจฉัยและการดูแลข้อเข่าเสื่อม รวมถึงการตัดสินใจเรื่องยา การฉีดยา หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ ควรทำร่วมกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ



อ่านต่อ
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

กลุ่มอาการเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ: สรุปสั้นว่าคืออะไร เกิดจากอะไร และดูแลอย่างไร
ฉบับย่อของ carpal tunnel syndrome หรือกลุ่มอาการเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ สรุปว่าคืออะไร ทำไมนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลางถึงชาโดยเฉพาะตอนกลางคืน ใครเสี่ยง วินิจฉัยโดยแพทย์อย่างไร แนวทางดูแลตั้งแต่เฝือกข้อมือถึงการผ่าตัด และเริ่มดูแลตัวเองได้อย่างไร
อ่านบทความ
ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง: สรุปสั้นว่าคืออะไร ทำไมภาพสแกนไม่ใช่คำตอบ และดูแลอย่างไร
ฉบับย่อของปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง สรุปว่าปวดหลังเรื้อรังคือปวดนานกว่าราว 12 สัปดาห์และส่วนใหญ่เป็นแบบไม่จำเพาะ ทำไมภาพเอกซเรย์หรือ MRI มักไม่ใช่คำตอบ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ ทำไมการขยับตัวดีกว่าการนอนพัก และแนวทาง ACP ที่เน้นวิธีที่ไม่ใช่ยาก่อน
อ่านบทความ
พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ (รองช้ำ): สรุปสั้นว่าคืออะไร ทำไมเจ็บตอนก้าวแรก และดูแลอย่างไร
ฉบับย่อของพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ หรือรองช้ำ สรุปว่าคืออะไร ทำไมเจ็บตอนก้าวแรกของวัน ใครเสี่ยง วินิจฉัยอย่างไร ทำไมกระดูกงอกที่ส้นเท้ามักไม่ใช่ตัวการ และเริ่มดูแลตัวเองได้อย่างไร
อ่านบทความตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้
- 1 Kolasinski SL et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee (Arthritis Care Res 2020, PMID 31908149) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 2 StatPearls (NCBI Bookshelf NBK482326): Osteoarthritis ncbi.nlm.nih.gov
- 3 NIAMS (NIH): Osteoarthritis niams.nih.gov
ตรวจสอบโดย Health Coach : A888