ริดสีดวงทวาร: ทำไมถึงเป็น อาการแบบไหนต้องระวัง และดูแลอย่างไร
ริดสีดวงทวารคือหลอดเลือดที่บวมพองบริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรงและทวารหนัก เป็นภาวะที่พบบ่อยมาก บทความนี้อธิบายว่าริดสีดวงชนิดภายในกับภายนอกต่างกันอย่างไร อะไรคือปัจจัยเสี่ยง ดูแลด้วยวิธีง่ายๆ ได้อย่างไร และทำไมเลือดออกทางทวารหนักจึงไม่ควรด่วนสรุปเองว่าเป็นริดสีดวง

คุณเห็นเลือดสีแดงสดติดกระดาษชำระหลังเข้าห้องน้ำ หรือรู้สึกมีก้อนนุ่มๆ ที่กดแล้วเจ็บบริเวณปากทวารหนัก บางคนมีอาการคัน ระคายเคือง หรือรู้สึกไม่สบายตัวเวลานั่งนานๆ อาการเหล่านี้พบได้บ่อยมาก และหลายครั้งก็มาจากริดสีดวงทวาร แต่สิ่งสำคัญที่อยากบอกก่อนคือ อย่าเพิ่งด่วนสรุปเองว่าเลือดที่เห็นคือริดสีดวงแน่ๆ เพราะยังมีภาวะอื่นที่ทำให้มีเลือดออกทางทวารหนักได้เช่นกัน
ริดสีดวงทวารคือหลอดเลือดที่บวมพองบริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรงและรอบทวารหนัก และเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากอย่างหนึ่งของคน บทความนี้จะพาคุณไปดูทีละชั้น ว่าริดสีดวงคืออะไร ทำไมถึงเกิด ชนิดภายในกับภายนอกต่างกันอย่างไร วินิจฉัยอย่างไร ดูแลอย่างไร และเมื่อไรที่เลือดออกทางทวารหนักต้องไปพบแพทย์ ข่าวดีที่อยากบอกก่อนคือ ริดสีดวงส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการดูแลง่ายๆ และการเข้าใจกลไกของมันช่วยให้คุณจัดการได้ตรงจุดขึ้น
ริดสีดวงทวารคืออะไรกันแน่
ริดสีดวงทวารคือกลุ่มหลอดเลือดที่บวมพองขึ้นบริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรงและรอบทวารหนัก จริงๆ แล้วเนื้อเยื่อหลอดเลือดตรงนี้เป็นส่วนปกติของร่างกายทุกคน ทำหน้าที่คล้ายเบาะรองที่ช่วยควบคุมการกลั้นอุจจาระ แต่เมื่อมันบวม โป่งพอง หรือเลื่อนออกมาจนเกิดอาการ เราจึงเรียกว่าริดสีดวง
ริดสีดวงเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก จนถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเคยมีอาการในบางช่วงของชีวิตโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การรู้ว่ามันคืออะไรและดูแลได้อย่างไร จึงช่วยลดความกังวลและทำให้คุณจัดการได้ตรงจุดขึ้น แทนที่จะปล่อยไว้ด้วยความไม่แน่ใจ
อาการแบบไหน ริดสีดวงภายในกับภายนอกต่างกันอย่างไร
ริดสีดวงแบ่งกว้างๆ เป็นสองชนิดตามตำแหน่งที่เกิด และอาการก็ต่างกันตามนั้น
ริดสีดวงภายใน (internal) เกิดขึ้นด้านในของลำไส้ตรง เหนือแนวที่มีปลายประสาทรับความเจ็บปวดน้อย จึงมักไม่เจ็บ อาการที่พบบ่อยที่สุดคือเลือดสีแดงสดออกมาพร้อมการถ่ายอุจจาระ อาจเห็นเลือดติดกระดาษชำระ หยดลงในโถ หรือเคลือบผิวอุจจาระ บางครั้งริดสีดวงภายในที่โตขึ้นอาจเลื่อนหรือยื่นออกมานอกทวารหนักได้
ริดสีดวงภายนอก (external) เกิดที่ผิวหนังรอบปากทวารหนัก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีปลายประสาทรับความรู้สึกมาก จึงอาจทำให้รู้สึกเป็นก้อนที่กดเจ็บ คัน หรือระคายเคือง และถ้ามีลิ่มเลือดอุดตันในก้อน (thrombosed) ก็อาจเจ็บขึ้นมาแบบเฉียบพลันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนรีบไปพบแพทย์
ทำไมถึงเกิด ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ริดสีดวงมักเกี่ยวข้องกับแรงดันที่เพิ่มขึ้นบริเวณหลอดเลือดรอบทวารหนัก ปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่
- การเบ่งถ่ายแรงๆ
- ท้องผูก หรือท้องเสียเรื้อรัง
- การกินใยอาหารน้อย
- การนั่งนานๆ รวมถึงนั่งบนโถส้วมนานเกินไป
- การตั้งครรภ์
- การยกของหนักเป็นประจำ
- อายุที่มากขึ้น ซึ่งเนื้อเยื่อที่รองรับหลอดเลือดหย่อนลงตามธรรมชาติ
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการดูแลเรื่องการขับถ่ายให้นุ่มและไม่ต้องเบ่ง จึงเป็นหัวใจของการป้องกันและดูแลริดสีดวง
วินิจฉัยอย่างไร และทำไมไม่ควรด่วนสรุปเอง
การวินิจฉัยริดสีดวงอาศัยการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจบริเวณทวารหนักและการส่องตรวจลำไส้ส่วนปลายในบางกรณี จุดสำคัญคือแพทย์ไม่ได้ตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นริดสีดวงอย่างเดียว แต่ตรวจเพื่อแยกภาวะอื่นที่ทำให้มีเลือดออกทางทวารหนักได้เหมือนกันออกไปด้วย
นี่คือจุดที่อยากให้ระวังที่สุด อย่าเพิ่งด่วนสรุปเองว่าเลือดที่ออกทางทวารหนักคือริดสีดวงแน่ๆ เพราะภาวะอื่น รวมถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ก็ทำให้มีเลือดออกได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าเลือดออกเป็นครั้งแรก ออกต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น นิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออายุมากกว่า 40 ปี ยิ่งควรได้รับการตรวจจากแพทย์ ไม่ใช่รักษาเองที่บ้านโดยเดาว่าเป็นริดสีดวง
ดูแลอย่างไร เริ่มที่วิธีง่ายๆ ก่อน
แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักแห่งสหรัฐอเมริกา (ASCRS ปี 2018) วางการดูแลแบบประคับประคองไว้เป็นแนวทางแรกสำหรับริดสีดวงส่วนใหญ่ เพราะจัดการที่ต้นเหตุคือการขับถ่ายที่ต้องเบ่ง
ปรับที่การขับถ่าย เพิ่มใยอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้อุจจาระนุ่มและถ่ายง่ายโดยไม่ต้องเบ่ง และหลีกเลี่ยงการนั่งเบ่งบนโถส้วมนานๆ
บรรเทาอาการเฉพาะที่ การแช่ก้นในน้ำอุ่น (sitz bath) ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้ และแพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำยาทาหรือยาเหน็บบางชนิดเพื่อบรรเทาอาการในระยะสั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องยาวนานเองโดยไม่ปรึกษา
หัตถการในคลินิก สำหรับริดสีดวงภายในที่มีอาการต่อเนื่องและไม่ดีขึ้นด้วยการปรับวิถีชีวิต แพทย์อาจพิจารณาหัตถการ เช่น การรัดยาง (rubber-band ligation) ซึ่งทำได้ในคลินิก
การผ่าตัด เก็บไว้สำหรับกรณีที่รุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น การตัดสินใจทำหัตถการหรือผ่าตัดทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ขึ้นกับชนิด ความรุนแรง และอาการของแต่ละคน อย่าซื้อยาหรือหาวิธีจัดการเองโดยไม่ปรึกษา
จุดที่ต้องระวัง: อย่าวินิจฉัยเลือดออกทางทวารหนักเองว่าเป็นริดสีดวง และการผ่าตัดไม่ใช่ก้าวแรกเสมอไป
เลือดออกทางทวารหนักไม่ได้มาจากริดสีดวงเสมอไป ภาวะอื่นรวมถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักก็ทำให้เลือดออกได้ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นริดสีดวงโดยไม่ให้แพทย์ช่วยแยกสาเหตุที่ร้ายแรงกว่าออกไปก่อน โดยเฉพาะเมื่อเลือดออกใหม่ ออกต่อเนื่อง หรืออายุมากกว่า 40 ปี อีกด้านหนึ่ง ริดสีดวงส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการเพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำ และไม่เบ่ง การผ่าตัดจึงมักไม่ใช่ก้าวแรกของการดูแล ที่มา แนวทาง ASCRS ปี 2018 (PMID 29420423), StatPearls
เมื่อไรควรไปพบแพทย์
ควรไปพบแพทย์ถ้าคุณสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้
- มีเลือดออกทางทวารหนักเป็นครั้งแรก หรือออกต่อเนื่อง
- เลือดออกร่วมกับนิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- มีก้อนที่ปากทวารหนักที่เจ็บมากขึ้นแบบเฉียบพลัน
- อาการไม่ดีขึ้นด้วยการดูแลตัวเองเบื้องต้น หรือคุณอายุมากกว่า 40 ปีและมีปัจจัยเสี่ยงอื่น
สิ่งที่คุณเริ่มทำได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ คือกินใยอาหารให้มากขึ้นและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้อุจจาระนุ่ม ไม่เบ่งถ่ายแรงๆ และไม่นั่งบนโถส้วมนานเกินไป ขยับตัวให้มากขึ้นในแต่ละวัน ดูแลอาการท้องผูกตั้งแต่เนิ่นๆ และถ้ามีเลือดออกทางทวารหนักที่เป็นครั้งแรก เป็นต่อเนื่อง หรือคุณอายุมากกว่า 40 ปี ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจ อย่ารอหรือเดาเอง
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ การวินิจฉัยริดสีดวง การตรวจหาสาเหตุของเลือดออกทางทวารหนัก และการตัดสินใจเรื่องยา หัตถการ หรือการผ่าตัด ควรทำร่วมกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ



อ่านต่อ
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

Long COVID: สรุปอาการล้า สมองตื้อ ใจสั่น และหลักการ pacing เพื่อฟื้นตัว
ฉบับย่อของ Long COVID สรุปว่างานวิจัยพบอะไร อาการที่พบบ่อยอย่างความล้า สมองตื้อ และใจสั่นเวลาลุกยืน ทำไมการฝืนออกกำลังแบบ push-through อาจทำให้คนที่มีอาการทรุดหลังออกแรง (PEM) แย่ลง หลักการ pacing ที่ถูกศึกษาเพื่อจัดการอาการ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ โดยเป็นการให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่รับประกันว่าหายขาด
อ่านบทความ
สุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง: สรุปสั้นว่าปริทันต์เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานอย่างไร
ฉบับย่อของสุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง สรุปว่าโรคปริทันต์คืออะไร เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานผ่านการอักเสบอย่างไร ทำไมความสัมพันธ์กับหัวใจเป็นเชิงสังเกตที่ยังไม่ใช่สาเหตุ ทำไมยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาปริทันต์ป้องกันหัวใจวายหรือสโตรก ความสัมพันธ์สองทางกับเบาหวานที่หลักฐานหนักแน่นกว่า ใครควรระวัง และเริ่มดูแลช่องปากได้อย่างไร
อ่านบทความ
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่: สรุปสั้นว่าทำไมยังต้องฉีด และคุยกับหมออย่างไร
ฉบับย่อของเรื่องวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ สรุปว่าทำไมภูมิคุ้มกันถึงลดลงตามวัย วัคซีนกลุ่มไหนที่มักเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ ทำไมวัคซีนปกป้องทั้งตัวคุณและคนรอบข้าง และจะเริ่มคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรให้เหมาะกับตัวคุณได้อย่างไร
อ่านบทความตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้
- 1 Davis BR et al. The American Society of Colon and Rectal Surgeons Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids (Dis Colon Rectum 2018, PMID 29420423) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 2 StatPearls (NCBI Bookshelf NBK537182): Hemorrhoids ncbi.nlm.nih.gov
- 3 NIDDK (NIH): Hemorrhoids niddk.nih.gov
ตรวจสอบโดย Health Coach : A888