CLUB120

ค้นหา

ค้นหาคำถามสุขภาพที่คุณสนใจ

ป้องกัน-NCDs skin-cancer-melanoma
ป้องกัน-NCDs ca095 9 กรกฎาคม 2569 อ่าน 22 นาที
ca095

มะเร็งผิวหนังและเมลาโนมา: รู้จักสัญญาณเตือน ABCDE และวิธีป้องกันตั้งแต่วันนี้

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่ไม่อันตรายมาก แต่เมลาโนมาเป็นชนิดที่อันตรายที่สุดเพราะแพร่กระจายได้ บทความนี้อธิบายชนิดของมะเร็งผิวหนัง สัญญาณเตือนด้วยหลัก ABCDE และสัญญาณลูกเป็ดขี้เหร่ ใครเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงคนผิวเข้มที่มักถูกมองข้าม และวิธีป้องกันกับการตรวจเจอเร็วที่ช่วยได้จริง

ฉบับสรุป อ่านเหตุผลและงานวิจัยเต็ม

คุณเคยมองไฝสักเม็ดบนตัวแล้วสงสัยไหมว่ามันเปลี่ยนไปหรือเปล่า ไฝที่เคยดูเรียบๆ กลับมีขอบไม่เท่ากัน สีไม่สม่ำเสมอ หรือค่อยๆ โตขึ้นทีละนิด บางคนมีจุดหรือแผลเล็กๆ ที่ไม่ยอมหายสักที ความสงสัยแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรปัดตกไป เพราะผิวหนังคืออวัยวะเดียวที่คุณมองเห็นและสังเกตได้เองทุกวัน และการช่างสังเกตนี่เองคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในการดูแลตัวเอง

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในคน แต่ข่าวที่อยากบอกก่อนคือ มะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต และหลายชนิดตรวจเจอได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยตาเปล่า บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทีละชั้น ว่ามะเร็งผิวหนังมีกี่ชนิด ทำไมชนิดที่ชื่อ เมลาโนมา ถึงเป็นตัวที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จะจำสัญญาณเตือนอย่างไรให้ง่าย ใครเสี่ยงมากขึ้น และคุณป้องกันกับดูแลตัวเองได้อย่างไรตั้งแต่วันนี้ เป้าหมายไม่ใช่ให้คุณกังวลกับทุกไฝ แต่ให้คุณรู้ว่าเมื่อไหร่ควรใส่ใจ และเมื่อไหร่ควรไปหาหมอ

มะเร็งผิวหนังคือมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกชนิด

มะเร็งผิวหนังไม่ได้มีแค่แบบเดียว และแต่ละชนิดก็มีความอันตรายต่างกันมาก การรู้ว่ามันต่างกันช่วยให้คุณไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ และในขณะเดียวกันก็ไม่ประมาทกับชนิดที่ควรระวังจริงๆ

ชนิดที่พบบ่อยที่สุดสองแบบแรกคือ มะเร็งเซลล์ฐาน หรือ basal cell carcinoma และ มะเร็งเซลล์สความัส หรือ squamous cell carcinoma ทั้งสองแบบนี้พบบ่อยมาก มักเกิดบนผิวหนังบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า หู คอ และหลังมือ โดยทั่วไปสองชนิดนี้เติบโตช้าและอันตรายน้อยกว่า เพราะมักไม่แพร่กระจายไปไกล ถ้าตรวจเจอและรักษาแต่เนิ่นๆ ผลลัพธ์ก็มักดี แต่ก็ยังต้องให้แพทย์ดูแล ไม่ควรปล่อยไว้

ชนิดที่สามคือ เมลาโนมา หรือมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา ซึ่งพบน้อยกว่าสองชนิดแรก แต่เป็นชนิดที่อันตรายที่สุด เพราะมันสามารถแพร่กระจายจากผิวหนังไปยังอวัยวะอื่นได้ เมลาโนมาเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีของผิวหนังที่ชื่อ melanocyte ซึ่งเป็นเซลล์เดียวกับที่ทำให้เกิดไฝ ด้วยเหตุนี้เมลาโนมาจึงมักมีลักษณะคล้ายไฝ และนี่คือเหตุผลที่การสังเกตไฝของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ

เมลาโนมาอันตรายตรงไหน

สิ่งที่ทำให้เมลาโนมาต่างจากมะเร็งผิวหนังชนิดที่พบบ่อยกว่า คือความสามารถในการแพร่กระจาย ถ้าปล่อยให้เมลาโนมาลุกลามลึกลงไปในผิวหนัง เซลล์มะเร็งอาจเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดและเดินทางไปยังอวัยวะอื่น ซึ่งทำให้การรักษายากขึ้นมาก

แต่มีอีกด้านหนึ่งที่ให้กำลังใจได้ นั่นคือเมลาโนมาที่ตรวจพบตั้งแต่ยังอยู่ตื้นๆ บนผิวหนัง ก่อนที่จะลุกลามลึก มักมีแนวโน้มผลการรักษาที่ดีกว่ามาก พูดง่ายๆ คือ เวลาเป็นปัจจัยสำคัญ ยิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติเร็วและไปพบแพทย์เร็ว โอกาสที่จะจัดการได้ก่อนที่มันจะลุกลามก็ยิ่งมาก นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด และเป็นเหตุผลที่การรู้จักสัญญาณเตือนมีค่ามากกว่าการรอดูไปเรื่อยๆ

จำสัญญาณเตือนด้วยหลัก ABCDE

วิธีสังเกตไฝหรือจุดที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นเมลาโนมา มีหลักจำง่ายที่ใช้กันในทางการแพทย์ชื่อ ABCDE ซึ่งไล่ตามตัวอักษรได้ดังนี้

  1. A ย่อจาก Asymmetry แปลว่ารูปร่างไม่สมมาตร ถ้าลองแบ่งไฝออกเป็นสองซีก แล้วสองซีกไม่เหมือนกัน นั่นคือสัญญาณที่ควรใส่ใจ ไฝปกติมักมีรูปร่างค่อนข้างสมมาตร
  2. B ย่อจาก Border แปลว่าขอบไม่เรียบ ขอบที่หยักเป็นซี่ ไม่คม หรือเบลอไม่ชัดเจน ต่างจากไฝทั่วไปที่มักมีขอบเรียบชัด
  3. C ย่อจาก Color แปลว่าสีไม่สม่ำเสมอ มีหลายสีปนกันในไฝเม็ดเดียว เช่น น้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน ดำ แดง หรือขาว
  4. D ย่อจาก Diameter แปลว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น โดยทั่วไปมักใช้ราว 6 มิลลิเมตรเป็นจุดสังเกต ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดยางลบหลังดินสอ แต่ขนาดเป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น เมลาโนมาบางเม็ดก็เล็กกว่านี้
  5. E ย่อจาก Evolving แปลว่ามีการเปลี่ยนแปลง ไฝที่เปลี่ยนขนาด เปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนสี หรือมีอาการใหม่ เช่น คัน มีเลือดออก หรือเป็นสะเก็ด ตัวอักษร E นี้มักถูกมองว่าสำคัญที่สุด เพราะการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไปคือสิ่งที่บอกได้ดีที่สุดว่าควรไปพบแพทย์

นอกจาก ABCDE ยังมีสัญญาณอีกอย่างที่จำง่ายชื่อ สัญญาณลูกเป็ดขี้เหร่ หรือ ugly duckling sign หลักคิดคือ ไฝส่วนใหญ่บนตัวคนเรามักหน้าตาคล้ายๆ กัน ถ้ามีเม็ดใดเม็ดหนึ่งที่ดูแปลกแยกออกมาจากพวก ไม่ว่าจะด้วยสี ขนาด หรือรูปร่าง เม็ดที่ดูไม่เข้าพวกนั้นคือเม็ดที่ควรให้แพทย์ดู

ใครเสี่ยงมากขึ้น และความเข้าใจผิดที่ต้องระวัง

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังและเมลาโนมามีหลายอย่าง ที่ชัดเจนที่สุดคือการได้รับรังสียูวี ทั้งจากแสงแดดและจากเตียงอาบแดดเทียม โดยเฉพาะประวัติผิวไหม้แดดรุนแรง ปัจจัยอื่นที่พบบ่อยได้แก่ ผิวขาวที่ไหม้แดดง่าย มีไฝจำนวนมากหรือมีไฝที่รูปร่างผิดปกติ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเมลาโนมา และภาวะที่ภูมิคุ้มกันถูกกดไว้ เช่น ในผู้ที่ต้องกินยากดภูมิ

แต่มีจุดหนึ่งที่มักถูกเข้าใจผิด และสำคัญมากพอที่จะย้ำ นั่นคือ มะเร็งผิวหนังไม่ใช่โรคของคนผิวขาวเท่านั้น คนผิวเข้มก็เป็นเมลาโนมาได้เช่นกัน และในคนผิวเข้ม เมลาโนมามักเกิดในตำแหน่งที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และใต้เล็บ ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ มักถูกตรวจพบช้ากว่า เพราะทั้งตัวผู้ป่วยเองและบางครั้งแม้แต่คนรอบข้างก็ไม่ได้นึกถึง การเข้าใจว่าใครก็เป็นได้ ทำให้เราสังเกตตัวเองรอบด้านขึ้น รวมถึงจุดที่ไม่ค่อยโดนแดดด้วย

วินิจฉัยและรักษาอย่างไร

เรื่องที่อยากให้ชัดคือ การวินิจฉัยและการรักษามะเร็งผิวหนังเป็นหน้าที่ของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเองที่บ้าน แพทย์ผิวหนังจะเริ่มจากการตรวจดูผิวหนังอย่างละเอียด บ่อยครั้งใช้เครื่องมือขยายพิเศษที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดของไฝได้ชัดขึ้น

ถ้าแพทย์สงสัยว่าจุดใดอาจเป็นมะเร็ง ขั้นตอนที่ให้คำตอบแน่ชัดคือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ หรือ biopsy ซึ่งเป็นการนำเนื้อเยื่อส่วนที่สงสัยไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ นี่คือวิธีเดียวที่ยืนยันได้จริงว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ และเป็นชนิดใด การพยายามแคะ บ่ง หรือกำจัดไฝที่น่าสงสัยด้วยตัวเอง หรือใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดไฝที่ขายทั่วไป เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่ได้รักษาแล้ว ยังทำให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องยากขึ้น

สำหรับการรักษา แนวทางขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค ในกรณีเมลาโนมา แนวทางเวชปฏิบัติสากล (Swetter และคณะ ปี 2019) วางการรักษาตามระยะที่โรคลุกลาม ตั้งแต่การผ่าตัดเอาก้อนออกในระยะแรก ไปจนถึงการรักษาเพิ่มเติมในระยะที่ลุกลามมากขึ้น ทั้งหมดนี้ต้องประเมินเป็นรายบุคคลโดยทีมแพทย์ จึงไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคน

จุดที่ต้องระวัง: อย่าคิดว่ามะเร็งผิวหนังเป็นเรื่องของคนผิวขาว และอย่าคิดว่าต้องเป็นไฝแบบคลาสสิกเท่านั้น

คนผิวเข้มเป็นเมลาโนมาได้จริง และมักเกิดในจุดที่คาดไม่ถึง เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และใต้เล็บ อีกทั้งมักถูกตรวจพบช้ากว่า จึงไม่ใช่โรคของผิวขาวอย่างเดียว นอกจากนี้ มะเร็งผิวหนังไม่ได้มีหน้าตาเหมือนไฝแบบในตำราเสมอไป จุดใหม่ที่เพิ่งขึ้น แผลที่ไม่ยอมหาย หรือรอยที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป ล้วนเป็นสิ่งที่ควรให้แพทย์ตรวจ ไม่ควรรอดูไปเรื่อยๆ เพียงเพราะมันไม่เหมือนไฝ ที่มา แนวทางเวชปฏิบัติสากลปี 2019 (PMID 30392755), StatPearls

ป้องกันได้ และตรวจเจอเร็วช่วยได้มาก

ข่าวดีของมะเร็งผิวหนังคือ ปัจจัยเสี่ยงหลักอย่างรังสียูวีเป็นสิ่งที่เราลดได้ การป้องกันจึงมีน้ำหนักจริง และทำได้ในชีวิตประจำวัน

หัวใจของการป้องกันคือการลดการรับรังสียูวีสะสม เริ่มจากการหลบแดดในช่วงที่แดดแรงที่สุดของวัน สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิว ใส่หมวกปีกกว้างและแว่นกันแดด และใช้ครีมกันแดดที่ทาให้เพียงพอและทาซ้ำตามคำแนะนำ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การหลีกเลี่ยงเตียงอาบแดดเทียม เพราะเป็นแหล่งรังสียูวีเข้มข้นที่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ควบคู่กับการป้องกันคือการตรวจเจอเร็ว การหมั่นสังเกตผิวหนังของตัวเองเป็นระยะ ช่วยให้คุณจับการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับผลการรักษาที่ดีขึ้น เพราะอย่างที่บอกไปว่าเมลาโนมาที่พบตั้งแต่ยังตื้น มักจัดการได้ง่ายกว่ามาก การป้องกันและการตรวจเจอเร็วจึงเป็นสองแกนที่เดินคู่กัน

เริ่มดูแลตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

สิ่งที่คุณลงมือทำได้เลยมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ทำต่อเนื่องแล้วได้ผลจริง

  1. จำหลัก ABCDE และสัญญาณลูกเป็ดขี้เหร่ ให้ขึ้นใจ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ง่ายๆ ในการสังเกตไฝและจุดต่างๆ บนตัว
  2. หมั่นตรวจผิวหนังของตัวเองเป็นระยะ ดูให้ทั่ว รวมถึงจุดที่ไม่ค่อยโดนแดด เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ใต้เล็บ และหลัง โดยอาจให้คนใกล้ตัวช่วยดูจุดที่มองเองไม่ถึง
  3. ป้องกันแดดให้เป็นนิสัย หลบแดดช่วงแดดแรง สวมเสื้อผ้าและหมวกปกปิดผิว ทาครีมกันแดด และเลี่ยงเตียงอาบแดดเทียม
  4. ไปพบแพทย์เมื่อมีจุดที่เปลี่ยนแปลง จุดใหม่ที่น่าสงสัย หรือแผลที่ไม่ยอมหาย โดยเฉพาะถ้าเข้าเกณฑ์ ABCDE ข้อใดข้อหนึ่ง หรือดูแปลกแยกจากไฝเม็ดอื่น

ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ผิวหนัง ถ้าคุณสังเกตเห็นไฝหรือจุดที่เปลี่ยนไป จุดใหม่ที่ไม่เคยมี แผลที่ไม่หายภายในเวลาที่ควร หรือรอยที่มีเลือดออกและเป็นสะเก็ดซ้ำๆ การไปให้แพทย์ตรวจไม่ได้แปลว่าคุณกำลังเป็นมะเร็ง แต่คือการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยยืนยัน ซึ่งถ้าไม่มีอะไรก็สบายใจ และถ้ามีอะไรก็เจอได้เร็ว การรอดูเองอย่างเดียวหรือพยายามกำจัดไฝเองไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ การวินิจฉัยมะเร็งผิวหนังต้องอาศัยการตรวจและการตัดชิ้นเนื้อโดยแพทย์ ส่วนการรักษาขึ้นกับชนิดและระยะของโรค ไฝหรือจุดที่น่าสงสัยหรือเปลี่ยนแปลงควรได้รับการตรวจจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ ไม่ควรกำจัดเองหรือรอดูเพียงอย่างเดียว

ตรวจสอบโดย Health Coach : A888

อ่านต่อ

อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

ป้องกัน-NCDs 16 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

Long COVID: สรุปอาการล้า สมองตื้อ ใจสั่น และหลักการ pacing เพื่อฟื้นตัว

ฉบับย่อของ Long COVID สรุปว่างานวิจัยพบอะไร อาการที่พบบ่อยอย่างความล้า สมองตื้อ และใจสั่นเวลาลุกยืน ทำไมการฝืนออกกำลังแบบ push-through อาจทำให้คนที่มีอาการทรุดหลังออกแรง (PEM) แย่ลง หลักการ pacing ที่ถูกศึกษาเพื่อจัดการอาการ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ โดยเป็นการให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่รับประกันว่าหายขาด

อ่านบทความ
ป้องกัน-NCDs 16 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

สุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง: สรุปสั้นว่าปริทันต์เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานอย่างไร

ฉบับย่อของสุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง สรุปว่าโรคปริทันต์คืออะไร เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานผ่านการอักเสบอย่างไร ทำไมความสัมพันธ์กับหัวใจเป็นเชิงสังเกตที่ยังไม่ใช่สาเหตุ ทำไมยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาปริทันต์ป้องกันหัวใจวายหรือสโตรก ความสัมพันธ์สองทางกับเบาหวานที่หลักฐานหนักแน่นกว่า ใครควรระวัง และเริ่มดูแลช่องปากได้อย่างไร

อ่านบทความ
ป้องกัน-NCDs 9 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่: สรุปสั้นว่าทำไมยังต้องฉีด และคุยกับหมออย่างไร

ฉบับย่อของเรื่องวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ สรุปว่าทำไมภูมิคุ้มกันถึงลดลงตามวัย วัคซีนกลุ่มไหนที่มักเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ ทำไมวัคซีนปกป้องทั้งตัวคุณและคนรอบข้าง และจะเริ่มคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรให้เหมาะกับตัวคุณได้อย่างไร

อ่านบทความ

ตรวจสอบได้

แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้

  1. 1 Swetter SM et al. Guidelines of care for the management of primary cutaneous melanoma (J Am Acad Dermatol 2019, PMID 30392755) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  2. 2 StatPearls (NCBI Bookshelf NBK470409): Malignant Melanoma ncbi.nlm.nih.gov

ตรวจสอบโดย Health Coach : A888