โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome): ทำไมขาถึงกระสับกระส่ายตอนกลางคืน และดูแลอย่างไร
โรคขาอยู่ไม่สุข หรือ Restless Legs Syndrome เป็นภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดความรู้สึกอยากขยับขาอย่างห้ามไม่ได้ มักมีอาการไม่สบายในขาที่แย่ลงตอนพักและช่วงกลางคืน และดีขึ้นเมื่อขยับ บทความนี้อธิบายว่ามันคืออะไร มีลักษณะเฉพาะแบบไหน ทำไมถึงเกิด เกี่ยวกับธาตุเหล็กอย่างไร วินิจฉัยและดูแลร่วมกับแพทย์อย่างไร

พอหัวถึงหมอน ขาของคุณกลับไม่ยอมสงบ มันเหมือนมีอะไรไต่อยู่ข้างใน คันลึกๆ ที่เกาไม่ถึง หรือปวดหน่วงบอกไม่ถูกจนต้องขยับ ต้องเหยียด ต้องลุกขึ้นเดินถึงจะค่อยยังชั่ว พอกลับมานอนสักพักความรู้สึกนั้นก็กลับมาอีก กว่าจะหลับได้ก็ดึกดื่น ตื่นเช้ามาก็เพลียเหมือนไม่ได้พัก ถ้าอาการแบบนี้ฟังดูคุ้นเคย คุณไม่ได้คิดไปเอง และมันมีชื่อเรียกของมันจริงๆ
อาการนี้เรียกว่าโรคขาอยู่ไม่สุข หรือ Restless Legs Syndrome ย่อว่า RLS บางครั้งเรียกว่าโรค Willis-Ekbom เป็นภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดความรู้สึกอยากขยับขาอย่างห้ามไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณไปดูทีละชั้น ว่า RLS คืออะไร มีลักษณะเฉพาะแบบไหน ทำไมถึงเกิด เกี่ยวกับธาตุเหล็กอย่างไร วินิจฉัยด้วยอะไร และมีอะไรที่คุณเริ่มดูแลตัวเองได้ตั้งแต่คืนนี้ ข่าวที่อยากบอกก่อนคือ RLS เป็นภาวะที่ดูแลได้ และหลายกรณีมีสาเหตุร่วมที่แก้ไขได้ เช่น ระดับธาตุเหล็กที่ต่ำ
RLS คือภาวะทางระบบประสาท ไม่ใช่แค่ ขาอยู่ไม่นิ่ง
หลายคนถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจนอน หรือแค่กระสับกระส่ายเป็นนิสัย บางคนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องของ ประสาท หรือความเครียดล้วนๆ แต่จริงๆ แล้ว RLS เป็นภาวะทางระบบประสาทแบบรับความรู้สึกและสั่งการเคลื่อนไหว (sensorimotor) ที่มีอยู่จริง หัวใจของมันคือความรู้สึกอยากขยับขาอย่างห้ามไม่ได้ ซึ่งมักมาพร้อมความรู้สึกไม่สบายในขาที่คนไข้บรรยายต่างกันไป บางคนว่าเหมือนมีอะไรไต่อยู่ใต้ผิว บางคนว่าซ่าๆ เหมือนไฟฟ้าอ่อนๆ บางคนว่าปวดหน่วงลึกๆ หรือดึงรั้งอยู่ข้างใน
สิ่งที่ทำให้ RLS แตกต่างจากความเมื่อยขาทั่วไปคือรูปแบบของมัน อาการมักผูกกับการอยู่นิ่งและช่วงเวลากลางคืน และดีขึ้นชัดเจนเมื่อได้ขยับ งานอ้างอิงทางการแพทย์อธิบายว่า RLS เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองในส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยเชื่อมโยงกับสารสื่อประสาทโดพามีนและกับธาตุเหล็กในสมอง แม้กลไกทั้งหมดจะยังไม่ถูกเข้าใจครบถ้วน แต่ประเด็นสำคัญคือมันไม่ใช่เรื่องที่คุณจินตนาการขึ้นเอง และมักถูกมองข้ามหรือวินิจฉัยช้ากว่าที่ควร
ลักษณะเฉพาะ 4 อย่างที่ช่วยให้สังเกต
แพทย์ใช้ลักษณะหลักสี่อย่างเป็นแนวทางในการนึกถึง RLS ลองสังเกตว่าอาการของคุณเข้ากับรูปแบบนี้หรือไม่
- อยากขยับขาอย่างห้ามไม่ได้ มักมาพร้อมความรู้สึกไม่สบายในขา เช่น เหมือนมีอะไรไต่ ซ่าๆ หรือปวดหน่วง บางคนมีอาการที่แขนด้วย
- อาการแย่ลงตอนพักหรืออยู่นิ่ง เช่น ตอนนั่งนานๆ นั่งรถนานๆ หรือเอนตัวลงนอน
- ดีขึ้นเมื่อขยับ การเหยียดขา เดิน หรือขยับไปมาช่วยให้ความรู้สึกนั้นเบาลง อย่างน้อยชั่วคราวขณะที่ยังขยับอยู่
- อาการมักหนักขึ้นช่วงเย็นและกลางคืน มากกว่าตอนกลางวัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงรบกวนการนอนเป็นพิเศษ
เมื่ออาการเป็นตามรูปแบบนี้และเกิดต่อเนื่อง มันมักส่งผลกระทบสองชั้น ชั้นแรกคือการนอนที่ถูกรบกวน กว่าจะหลับได้ก็ยากและตื่นกลางดึกบ่อย ชั้นที่สองคือผลตามมาในเวลากลางวัน ทั้งความเพลีย สมาธิสั้นลง และอารมณ์ที่หงุดหงิดง่ายขึ้น การเข้าใจว่าอาการกลางวันเหล่านี้อาจมีต้นตอจากขากระสับกระส่ายในตอนกลางคืน คือก้าวแรกที่ทำให้เล่าให้แพทย์ฟังได้ตรงจุดขึ้น
ทำไม RLS ถึงเกิด
RLS แบ่งกว้างๆ ได้เป็นสองแบบ แบบแรกคือชนิดปฐมภูมิ (primary) ซึ่งมักพบว่ามีในครอบครัวเดียวกันหลายคน และมักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อย เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและการทำงานของโดพามีนกับธาตุเหล็กในสมอง แบบที่สองคือชนิดทุติยภูมิ (secondary) คือมีภาวะอื่นเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้แย่ลง
ภาวะที่มักเกี่ยวข้องกับ RLS ชนิดทุติยภูมิ ได้แก่ ภาวะขาดธาตุเหล็ก การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสท้ายซึ่งอาการมักหายหรือดีขึ้นเองหลังคลอด โรคไตโดยเฉพาะในผู้ที่ต้องฟอกไต และยาบางกลุ่ม เช่น ยาต้านเศร้าบางชนิด ยาแก้แพ้ (antihistamine) บางชนิด และยาแก้คลื่นไส้อาเจียนบางชนิด จุดนี้สำคัญคือ ถ้าคุณสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่อาจทำให้อาการแย่ลง อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ เพราะยาเหล่านั้นอาจกำลังรักษาภาวะอื่นที่จำเป็นอยู่
ธาตุเหล็กกับ RLS จุดที่ตรวจได้และแก้ไขได้
ในบรรดาสาเหตุร่วมทั้งหมด ธาตุเหล็กที่ต่ำเป็นหนึ่งในตัวการที่พบบ่อยและแก้ไขได้ จึงเป็นจุดที่ควรตรวจ ธาตุเหล็กในร่างกายเกี่ยวข้องกับการทำงานของโดพามีนในสมอง และแนวทางทางการแพทย์แนะนำให้ประเมินระดับธาตุเหล็กในคนที่มีอาการ RLS โดยแพทย์มักดูค่าที่สะท้อนคลังธาตุเหล็กสะสมในร่างกายร่วมด้วย ไม่ใช่ดูแค่ค่าความเข้มข้นของเลือดทั่วไป
สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ การตรวจและการเสริมธาตุเหล็กเป็นเรื่องที่ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ ควรให้แพทย์เป็นผู้ตรวจระดับธาตุเหล็ก และถ้าจะเสริมธาตุเหล็ก ก็ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากมีผลตรวจแล้วเท่านั้น อย่าซื้อธาตุเหล็กมาเสริมเองโดยไม่ได้ตรวจ เพราะธาตุเหล็กที่มากเกินไปสะสมในร่างกายได้และอาจเป็นอันตราย การเสริมแบบเดาเอาเองจึงไม่ใช่ทางที่ปลอดภัย
วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัย RLS เป็นการวินิจฉัยทางคลินิก หมายความว่าแพทย์อาศัยรูปแบบของอาการเป็นหลัก ไม่มีการตรวจชิ้นใดชิ้นเดียวที่ยืนยันโรคนี้ได้ทันที แพทย์จะซักถามลักษณะทั้งสี่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ดูช่วงเวลาที่อาการเป็น และประเมินว่ากระทบการนอนและชีวิตกลางวันมากแค่ไหน
การตรวจเลือด เช่น การดูระดับธาตุเหล็ก มีไว้เพื่อค้นหาสาเหตุร่วมที่แก้ไขได้ และช่วยแยกภาวะอื่นที่อาการอาจคล้ายกันออกไป เช่น ตะคริวขาตอนกลางคืน อาการชาปลายประสาท หรือความไม่สบายจากท่านั่งท่านอน ด้วยเหตุนี้ RLS จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ ไม่ใช่การสรุปเองจากการค้นอาการทางอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่ออาการรบกวนชีวิตประจำวันมากพอที่จะต้องหาทางดูแล
ดูแลและรักษาอย่างไร
แนวทางทางการแพทย์ (Winkelman 2016 และ Garcia-Borreguero 2016) วางการดูแลเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจากสิ่งที่ต้นทางและปลอดภัยก่อน ทั้งหมดนี้ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์
ตรวจและแก้ไขธาตุเหล็ก ถ้าพบว่าคลังธาตุเหล็กต่ำ การแก้ไขให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ในหลายคน
ทบทวนยาที่อาจทำให้อาการแย่ลง แพทย์อาจพิจารณาปรับหรือหาทางเลือกแทนยาบางชนิดที่ทราบว่ากระตุ้น RLS ได้ แต่ต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่หยุดเอง
ปรับวิถีชีวิต ได้แก่ การนอนให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ ลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และนิโคติน โดยเฉพาะในช่วงเย็นและก่อนนอน รวมถึงการขยับตัวและออกกำลังกายระดับพอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ และการเหยียดยืดขาเบาๆ สิ่งเหล่านี้เป็นแกนที่ทุกคนเริ่มได้และช่วยเสริมการดูแลด้านอื่น
ยาสำหรับกรณีที่อาการปานกลางถึงรุนแรง ในบางคนที่อาการรบกวนชีวิตมาก แพทย์อาจพิจารณายาเฉพาะ ซึ่งการเลือกชนิดยาต้องอยู่ภายใต้การประเมินและติดตามของแพทย์เท่านั้น มีจุดหนึ่งที่แพทย์เฝ้าระวังเป็นพิเศษคือภาวะที่เรียกว่า augmentation ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้กับยากลุ่มโดพามีน คืออาการกลับแย่ลง มาเร็วขึ้นในแต่ละวัน หรือลามไปส่วนอื่น เมื่อใช้ยาไปนานๆ นี่เป็นอีกเหตุผลที่การใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ และอย่าซื้อยามาปรับเอง
จุดที่ต้องระวัง: RLS เป็นภาวะทางระบบประสาทจริง ไม่ใช่แค่ ขาอยู่ไม่นิ่ง หรือเรื่องของประสาทล้วนๆ และมักถูกมองข้าม
RLS เป็นภาวะที่มีอยู่จริงและวินิจฉัยได้ แต่บ่อยครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ความกระสับกระส่ายหรือนิสัยนอนไม่นิ่ง จึงถูกวินิจฉัยช้าหรือไม่ได้รับการดูแล อีกจุดที่ควรระวังคือเรื่องธาตุเหล็ก แม้ธาตุเหล็กที่ต่ำจะเป็นสาเหตุร่วมที่พบบ่อยและแก้ไขได้ จึงควรตรวจกับแพทย์ แต่ก็ไม่ควรซื้อธาตุเหล็กมาเสริมเองโดยไม่ได้ตรวจ เพราะธาตุเหล็กที่มากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ ที่มา แนวทางการรักษา RLS ในผู้ใหญ่ (PMID 27856776), StatPearls
เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์ถ้าคุณสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้
- มีความรู้สึกอยากขยับขาอย่างห้ามไม่ได้ ร่วมกับความรู้สึกไม่สบายในขา ที่แย่ลงตอนพักและช่วงกลางคืน และดีขึ้นเมื่อขยับ
- อาการรบกวนการนอน จนกลางวันเพลีย สมาธิสั้นลง หรืออารมณ์แย่ลงต่อเนื่อง
- กำลังตั้งครรภ์ มีโรคไต หรือใช้ยาที่สงสัยว่าอาจทำให้อาการแย่ลง
- อาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มลามจากที่เคยเป็นแค่ตอนกลางคืน
การประเมิน RLS ต้องอาศัยการซักประวัติรูปแบบอาการ ตรวจร่างกาย และบางครั้งตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุร่วม ร่วมกับการแยกภาวะอื่นออกไป จึงควรทำโดยแพทย์
สิ่งที่คุณเริ่มทำได้ตั้งแต่คืนนี้ระหว่างรอไปพบแพทย์ คือจดบันทึกอาการและการนอนสั้นๆ ว่าคืนไหนอาการเป็นมาก เป็นช่วงเวลาไหน กระทบการนอนอย่างไร และมีอะไรที่ดูจะกระตุ้นหรือช่วยให้ดีขึ้น อีกก้าวที่ทำได้เลยคือลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และนิโคตินในช่วงเย็น ลองขยับตัวและเหยียดยืดขาเบาๆ ในตอนเย็น เตรียมไปขอให้แพทย์ตรวจระดับธาตุเหล็ก และทบทวนกับแพทย์ว่ายาที่ใช้อยู่มีตัวใดที่อาจทำให้อาการแย่ลงหรือไม่ บันทึกเล็กๆ นี้คือข้อมูลจริงที่ช่วยให้แพทย์เห็นแบบแผนของร่างกายคุณได้ชัดขึ้น และทำให้การดูแลตรงจุดเร็วขึ้น
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ การวินิจฉัยและการดูแล RLS รวมถึงการตรวจและการเสริมธาตุเหล็ก และการตัดสินใจเรื่องยา ควรทำร่วมกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ



อ่านต่อ
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

งีบกลางวัน: สรุปประโยชน์ระยะสั้น การงีบยาวหรือบ่อยอาจบอกอะไร และเมื่อไรควรประเมิน
สรุปหลักฐานทดลองเรื่องประโยชน์ด้านความตื่นตัวและความจำระยะสั้น โดยใช้ 10-20 นาทีเป็นจุดเริ่มต้นทางเลือกไม่ใช่กฎสากล ข้อมูลการงีบยาวหรือบ่อยกับโรคหัวใจและการเสียชีวิตยังไม่พิสูจน์สาเหตุ และความง่วงที่มากหรือเพิ่มขึ้นควรได้รับการประเมินหาสาเหตุหลายด้าน
อ่านบทความ
การนอนกับเมตาบอลิซึมและน้ำหนัก: หลักฐานระยะสั้นเรื่องความไวต่ออินซูลิน และความสัมพันธ์ระยะยาวกับน้ำหนัก
สรุปหลักฐานว่าการจำกัดการนอนทำให้ความไวต่ออินซูลินลดลงได้ในระยะสั้น ขณะที่การนอนสั้นเรื้อรังสัมพันธ์กับน้ำหนักและความเสี่ยงเมตาบอลิกในระยะยาว พร้อมข้อจำกัด สัญญาณที่ควรรับการประเมิน และขอบเขตความปลอดภัยของยาและผลิตภัณฑ์ช่วยนอน
อ่านบทความ
CBT-I สำหรับนอนไม่หลับเรื้อรังวัย 40+: สรุปก่อนพึ่งยานอนหลับ
ฉบับย่อเรื่อง CBT-I สำหรับนอนไม่หลับเรื้อรังในวัย 40+ ทำไม sleep hygiene อย่างเดียวไม่พอ และเมื่อไรควรคุยกับแพทย์เรื่องยา
อ่านบทความตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้
- 1 Winkelman JW et al. Practice guideline summary: Treatment of restless legs syndrome in adults (Neurology 2016, PMID 27856776) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 2 Garcia-Borreguero D et al. Guidelines for the first-line treatment of restless legs syndrome/Willis-Ekbom disease (Sleep Med 2016, PMID 27448465) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 3 StatPearls (NCBI Bookshelf NBK430878): Restless Legs Syndrome ncbi.nlm.nih.gov
ตรวจสอบโดย Health Coach : A888