CLUB120

ค้นหา

ค้นหาคำถามสุขภาพที่คุณสนใจ

ป้องกัน-NCDs parkinsons-disease
ป้องกัน-NCDs ca121 17 กรกฎาคม 2569 อ่าน 21 นาที
ca121

โรคพาร์กินสัน: ทำไมมือสั่น เคลื่อนไหวช้า และอาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวถึงไม่ควรมองข้าม

โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองที่เกี่ยวข้องกับโดพามีน ทำให้เกิดอาการสั่นขณะพัก เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อเกร็ง และเสียการทรงตัว รวมถึงอาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหว เช่น ท้องผูก การนอนผิดปกติ จมูกได้กลิ่นลดลง และซึมเศร้า บทความนี้อธิบายว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ วินิจฉัยอย่างไร รักษาและดูแลชีวิตประจำวันได้อย่างไรอย่างปลอดภัย

อ่านสรุปเร็ว อ่านเหตุผลและงานวิจัยเต็ม

คุณหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีมือสั่นเวลาอยู่นิ่งๆ เขียนหนังสือตัวเล็กลง เดินช้าลง ลุกจากเก้าอี้ยากขึ้น หรือสีหน้าดูเฉยลงกว่าเดิม หลายคนมักคิดว่าเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น ความเครียด หรืออ่อนเพลีย แต่ถ้าอาการเหล่านี้ค่อยๆ ชัดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับท้องผูก นอนละเมอออกท่าทาง จมูกได้กลิ่นลดลง หรืออารมณ์ซึมลง นี่อาจเป็นสัญญาณของโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่ค่อยเป็นค่อยไป เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์สมองที่สร้างโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทสำคัญต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว ข่าวสำคัญคือโรคนี้ยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่มีวิธีดูแลที่ช่วยลดอาการ รักษาความสามารถในการใช้ชีวิต ลดการล้ม และยืดช่วงเวลาที่ผู้ป่วยยังทำกิจกรรมที่มีความหมายได้ดีขึ้นอย่างมากเมื่อวางแผนร่วมกับแพทย์

โรคพาร์กินสันคืออะไร

โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของวงจรสมองที่เกี่ยวข้องกับโดพามีน โดยเฉพาะบริเวณที่ช่วยให้ร่างกายเริ่ม เคลื่อน และปรับจังหวะการเคลื่อนไหวได้ลื่นไหล เมื่อโดพามีนลดลง การเคลื่อนไหวจึงช้าลง แข็งขึ้น และควบคุมยากขึ้น อาการจึงไม่ได้มีแค่มือสั่น แต่รวมถึงการเดิน การทรงตัว การพูด การกลืน การเขียน และกิจวัตรเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

โรคนี้มักดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลายคนเริ่มจากอาการด้านเดียวของร่างกาย เช่น มือข้างหนึ่งสั่นหรือแขนข้างหนึ่งแกว่งน้อยลงเวลาเดิน แล้วจึงค่อยชัดขึ้นตามเวลา สิ่งสำคัญคือไม่ควรวินิจฉัยจากคลิปหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว เพราะมีภาวะอื่นที่ทำให้มือสั่นหรือเคลื่อนไหวช้าได้เช่นกัน การประเมินโดยแพทย์ระบบประสาท โดยเฉพาะแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ ช่วยให้แยกโรคและวางแผนดูแลได้แม่นยำขึ้น

อาการหลักที่ควรสังเกต

อาการด้านการเคลื่อนไหวที่มักใช้เป็นแกนในการประเมินโรคพาร์กินสัน ได้แก่

อาการลักษณะที่พบได้
สั่นขณะพักมักสั่นตอนมือหรือแขนอยู่นิ่ง และอาจลดลงเมื่อเริ่มใช้มือนั้นทำงาน
เคลื่อนไหวช้าทำกิจกรรมช้าลง ติดกระดุม เขียนหนังสือ ลุก เดิน หรือพลิกตัวบนเตียงยากขึ้น
กล้ามเนื้อเกร็งแขน ขา คอ หรือไหล่ตึง ปวดเมื่อย หรือเคลื่อนไหวไม่ลื่น
เสียการทรงตัวเดินก้าวสั้น หลังค่อม หมุนตัวลำบาก หรือเสี่ยงล้ม โดยมักชัดขึ้นในระยะหลัง

คำว่าเคลื่อนไหวช้าเป็นแกนสำคัญของการวินิจฉัยภาวะพาร์กินสัน โดยมักพิจารณาร่วมกับสั่นขณะพักและ/หรือกล้ามเนื้อเกร็ง โรคพาร์กินสันไม่ได้หมายถึงมือสั่นอย่างเดียว บางคนแทบไม่สั่นเลย แต่มีอาการเดินช้า แข็ง เกร็ง หรือทำกิจวัตรประจำวันช้าลงจนคนรอบตัวสังเกตได้ หากเสียการทรงตัวเด่นมากตั้งแต่ระยะแรก ควรให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียด เพราะมักเป็นอาการที่ชัดขึ้นภายหลังหรืออาจชี้ไปยังกลุ่ม atypical parkinsonism

อาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวก็สำคัญ

โรคพาร์กินสันกระทบมากกว่ากล้ามเนื้อและการเดิน หลายคนมีอาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวนำมาก่อนหรือเกิดร่วมกัน เช่น ท้องผูกเรื้อรัง จมูกได้กลิ่นลดลง นอนหลับแล้วฝันร้ายหรือออกท่าทางเหมือนกำลังทำตามความฝัน อารมณ์ซึม เฉื่อย วิตกกังวล ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ความดันตกเมื่อลุกยืน ปัสสาวะบ่อย หรือมีปัญหาความจำและการคิดในบางราย

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นพาร์กินสันเสมอไป เพราะพบได้จากหลายสาเหตุ แต่ถ้าเกิดร่วมกับอาการเคลื่อนไหวช้า มือสั่นขณะพัก หรือกล้ามเนื้อเกร็ง ควรนำไปเล่าให้แพทย์ฟังอย่างละเอียด บางครั้งรายละเอียดเรื่องการนอน การขับถ่าย และอารมณ์ช่วยให้แพทย์เห็นภาพโรคได้ชัดกว่าการเล่าว่ามือสั่นอย่างเดียว

มือสั่นแบบไหนที่อาจไม่ใช่พาร์กินสัน

มือสั่นมีหลายแบบ ภาวะสั่นแบบจำเป็นมักเด่นเวลายกมือ ใช้มือ เขียนหนังสือ ถือแก้ว หรือทำงานละเอียด ส่วนอาการสั่นของพาร์กินสันมักเด่นตอนพัก เช่น มือวางนิ่งบนตักแล้วสั่น และมักเริ่มด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย อย่างไรก็ตามกฎนี้ไม่สมบูรณ์ บางคนมีอาการซ้อนกันได้ และยาบางชนิด ไทรอยด์ทำงานเกิน คาเฟอีน ความเครียด หรือโรคทางระบบประสาทอื่นก็ทำให้สั่นได้

ดังนั้นเป้าหมายไม่ใช่การเดาเองว่าเป็นโรคไหน แต่คือการสังเกตลักษณะอาการให้ชัด แล้วพบแพทย์เพื่อประเมิน ประวัติการใช้ยา การตรวจระบบประสาท และการติดตามการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

วินิจฉัยอย่างไร และควรพบใคร

โรคพาร์กินสันเป็นการวินิจฉัยทางคลินิกเป็นหลัก แปลว่าแพทย์ใช้ประวัติ อาการ การตรวจระบบประสาท และการติดตามอาการเป็นแกนสำคัญ ไม่ได้มีเลือดตรวจเพียงครั้งเดียวที่ยืนยันโรคได้ในทุกคน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคอื่น เช่น ผลข้างเคียงจากยา โรคหลอดเลือดสมองบางรูปแบบ ภาวะสั่นชนิดอื่น หรือกลุ่มโรคพาร์กินสันเทียม

ถ้าสงสัยโรคนี้ ควรเริ่มจากแพทย์ทั่วไปหรืออายุรแพทย์เพื่อคัดกรองและส่งต่อ แต่ผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการยืนยันและวางแผนระยะยาวมักเป็นแพทย์ระบบประสาท และถ้าเข้าถึงได้ แพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติจะช่วยปรับยาและทีมฟื้นฟูได้ละเอียดขึ้น

รักษาและดูแลได้อย่างไร

โรคพาร์กินสันยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่จัดการอาการได้หลายทาง การดูแลที่ดีมักเป็นการผสมระหว่างยา การออกกำลังกาย การฟื้นฟู และการปรับชีวิตประจำวัน โดยมีแพทย์เป็นผู้กำกับความปลอดภัย

ยาที่แพทย์ใช้เพื่อลดอาการ ยาหลักที่ใช้บ่อยคือเลโวโดปาร่วมกับคาร์บิโดปา รวมถึงยากลุ่มที่กระตุ้นตัวรับโดพามีนและยาอื่นตามระยะโรค อายุ อาการ และผลข้างเคียง แต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน และเวลาออกฤทธิ์ของยาอาจสัมพันธ์กับการกินอาหาร การนอน และกิจวัตรประจำวัน จึงไม่ควรเริ่ม หยุด เพิ่ม ลด หรือปรับเวลาใช้ยาเอง ควรทำร่วมกับแพทย์เท่านั้น

การออกกำลังกายสม่ำเสมอมีบทบาทจริง หลักฐานและองค์กรด้านพาร์กินสันสนับสนุนให้การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของการดูแล ทั้งแอโรบิก การฝึกแรงต้าน การยืดเหยียด การทรงตัว และการฝึกเดิน งานวิจัยแบบสุ่มระยะที่สองเรื่องการออกกำลังกายบนลู่วิ่งความเข้มสูงในผู้ป่วยระยะแรกพบว่าการฝึกภายใต้การดูแลสามารถทำได้ และมีสัญญาณที่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นประโยชน์ต่ออาการเคลื่อนไหวบางส่วน แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าชะลอการดำเนินโรคได้ และไม่ใช่ใบสั่งให้ทุกคนออกกำลังหนักทันที ผู้ที่มีโรคหัวใจ เสี่ยงล้ม หน้ามืด หรือยังไม่เคยออกกำลังกายควรเริ่มกับแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และการฝึกพูดกลืน นักกายภาพบำบัดช่วยเรื่องการเดิน การทรงตัว ความแข็งแรง การลุกนั่ง และการป้องกันล้ม นักกิจกรรมบำบัดช่วยปรับบ้าน อุปกรณ์ และวิธีทำกิจวัตรให้ปลอดภัยขึ้น นักแก้ไขการพูดช่วยเรื่องเสียงเบา พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หรือสำลัก การดูแลเหล่านี้ไม่ใช่ทางเลือกเสริมเล็กๆ แต่เป็นแกนสำคัญในการรักษาความเป็นอิสระของผู้ป่วย

การป้องกันการล้มและดูแลบ้าน เก็บสายไฟ พรมลื่น และของเกะกะ เพิ่มแสงสว่างในทางเดิน ห้องน้ำ และบันได ใช้รองเท้าที่มั่นคง และทบทวนยาที่อาจทำให้ง่วงหรือหน้ามืดร่วมกับแพทย์ การล้มหนึ่งครั้งอาจทำให้การเคลื่อนไหวและความมั่นใจถดถอยนานกว่าที่คิด จึงควรป้องกันตั้งแต่ยังไม่ล้มบ่อย

ดูแลอารมณ์ การนอน และผู้ดูแล ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่ดี และความเหนื่อยของผู้ดูแลเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ผู้ป่วยและครอบครัวควรคุยกับทีมรักษาเรื่องอารมณ์ ความจำ การนอน การขับถ่าย เพศสัมพันธ์ งาน การขับรถ และการเงินอย่างตรงไปตรงมา เพราะทั้งหมดมีผลต่อคุณภาพชีวิตพอๆ กับอาการมือสั่น

จุดที่ต้องระวัง: โรคพาร์กินสันไม่ใช่โรคที่จัดการด้วยใจสู้หรืออาหารเสริม

การขยับตัว อาหารที่มีคุณภาพ การนอนที่ดี และการสนับสนุนจากครอบครัวช่วยให้ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรถูกขายเป็นการรักษาแทนยาและการดูแลโดยแพทย์ โรคพาร์กินสันต้องการการวินิจฉัยที่แม่นยำ การติดตามผลข้างเคียงของยา การประเมินการกลืน การล้ม ความดันตก อารมณ์ และความจำอย่างต่อเนื่อง ที่มา องค์การอนามัยโลก มูลนิธิพาร์กินสัน แนวทางเกณฑ์วินิจฉัยของสมาคมโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ และเอ็นซีบีไอบุ๊กเชลฟ์

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และสัญญาณอันตราย

ควรนัดพบแพทย์ถ้ามีมือสั่นซ้ำๆ โดยเฉพาะสั่นตอนพัก เคลื่อนไหวช้าลง กล้ามเนื้อเกร็ง เดินก้าวสั้น ล้มง่าย เขียนหนังสือเล็กลง สีหน้าหรือเสียงเปลี่ยนไป หรือมีอาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวร่วมกัน เช่น ท้องผูก จมูกได้กลิ่นลดลง นอนละเมอออกท่าทาง หรือซึมเศร้า โดยเฉพาะถ้าอาการค่อยๆ เป็นมากขึ้นหรือเริ่มด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย

ควรรีบไปพบแพทย์หรือรับการดูแลฉุกเฉินถ้ามีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัดเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก สับสนมาก มีไข้ร่วมกับแข็งเกร็งรุนแรง กลืนไม่ได้ สำลักซ้ำๆ ล้มแล้วเจ็บศีรษะหรือกระดูกผิดรูป เห็นภาพหลอนหรือสับสนหลังเริ่มหรือปรับยา หรืออาการทรุดลงรวดเร็วผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่พาร์กินสันธรรมดาและต้องประเมินทันที

สิ่งที่เริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้ คือ จดอาการว่าเริ่มเมื่อไหร่ เป็นข้างไหน เกิดตอนพักหรือใช้งาน มีปัญหาการนอน ท้องผูก กลิ่น อารมณ์ หรือการล้มร่วมไหม ถ่ายคลิปสั้นๆ ตอนมีอาการไว้ให้แพทย์ดูถ้าทำได้อย่างปลอดภัย รวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ แล้วนัดพบแพทย์เพื่อประเมิน อย่าหยุดยาประจำหรือเริ่มยารักษาพาร์กินสันเอง

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ การวินิจฉัยโรคพาร์กินสัน รวมถึงการตัดสินใจเรื่องยา การออกกำลังกาย การฟื้นฟู การกลืน การล้ม และการรักษาอื่น ควรทำร่วมกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ

ตรวจสอบโดย Health Coach : A888

อ่านต่อ

อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

ป้องกัน-NCDs 17 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

โรคหอบหืด: สรุปสั้นว่าอาการเป็นอย่างไร วินิจฉัยอย่างไร และดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉบับย่อของโรคหอบหืด สรุปว่าโรคหืดคือการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม อาการสำคัญคือวี้ด ไอโดยเฉพาะกลางคืน แน่นหน้าอก และหอบเหนื่อย การวินิจฉัยควรประเมินร่วมกับ spirometry การดูแลต้องเน้นยาควบคุมที่มีสเตียรอยด์ชนิดสูด เทคนิคยาพ่น แผนรับมือ และรู้สัญญาณฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669

อ่านบทความ
ป้องกัน-NCDs 16 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

Long COVID: สรุปอาการล้า สมองตื้อ ใจสั่น และหลักการ pacing เพื่อฟื้นตัว

ฉบับย่อของ Long COVID สรุปว่างานวิจัยพบอะไร อาการที่พบบ่อยอย่างความล้า สมองตื้อ และใจสั่นเวลาลุกยืน ทำไมการฝืนออกกำลังแบบ push-through อาจทำให้คนที่มีอาการทรุดหลังออกแรง (PEM) แย่ลง หลักการ pacing ที่ถูกศึกษาเพื่อจัดการอาการ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ โดยเป็นการให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่รับประกันว่าหายขาด

อ่านบทความ
ป้องกัน-NCDs 16 กรกฎาคม 2569 อ่าน 5 นาที

สุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง: สรุปสั้นว่าปริทันต์เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานอย่างไร

ฉบับย่อของสุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง สรุปว่าโรคปริทันต์คืออะไร เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานผ่านการอักเสบอย่างไร ทำไมความสัมพันธ์กับหัวใจเป็นเชิงสังเกตที่ยังไม่ใช่สาเหตุ ทำไมยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาปริทันต์ป้องกันหัวใจวายหรือสโตรก ความสัมพันธ์สองทางกับเบาหวานที่หลักฐานหนักแน่นกว่า ใครควรระวัง และเริ่มดูแลช่องปากได้อย่างไร

อ่านบทความ

ตรวจสอบได้

แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้

  1. 1 WHO: Parkinson disease who.int
  2. 2 Parkinson's Foundation: What is Parkinson's? parkinson.org
  3. 3 Parkinson's Foundation: 10 Early Signs parkinson.org
  4. 4 Parkinson's Foundation: Parkinson's Treatment Options parkinson.org
  5. 5 Parkinson's Foundation: Exercise parkinson.org
  6. 6 Postuma RB et al. MDS clinical diagnostic criteria for Parkinson's disease (Mov Disord 2015, PMID 26474316) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  7. 7 StatPearls (NCBI Bookshelf): Parkinson Disease ncbi.nlm.nih.gov
  8. 8 NHS: Parkinson's disease - Treatment nhs.uk
  9. 9 Schenkman M et al. Effect of High-Intensity Treadmill Exercise on Motor Symptoms in Patients With De Novo Parkinson Disease (JAMA Neurol 2018, PMID 29228079) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  10. 10 Helmich RC et al. Cerebral causes and consequences of parkinsonian resting tremor (Lancet Neurol 2012, PMC) ncbi.nlm.nih.gov

ตรวจสอบโดย Health Coach : A888