Fasting กับฮอร์โมนเพศหญิง: หลักฐานบอกอะไร ตรงไหนต้องระวัง และใครควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หลักฐานเรื่อง fasting กับฮอร์โมนเพศหญิงยังจำกัดและเป็นข้อมูลเบื้องต้น บทความนี้สรุปผลการศึกษาต่อฮอร์โมนเพศ รอบเดือน และภาวะเจริญพันธุ์ นิยามภาวะพลังงานที่เหลือใช้ต่ำอย่างถูกต้อง และระบุกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร โดยแยกหลักฐานระดับประชากรออกจากการวินิจฉัย การรักษา และคำแนะนำเฉพาะบุคคล

การอดอาหารเป็นช่วง (intermittent fasting) กลายเป็นวิธียอดนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ ทั้งแบบจำกัดเวลากินในแต่ละวัน (time-restricted eating) และแบบสลับวันกินปกติกับวันกินน้อย เมื่อพลังงานที่เหลือใช้ไม่พอ โดยเฉพาะหากรุนแรงหรือยืดเยื้อ การทำงานสืบพันธุ์อาจถูกรบกวนได้ แต่การตอบสนองแตกต่างกันระหว่างบุคคล และภาวะ RED-S พบได้ทุกเพศ คำถามที่บทความนี้อยากตอบคือ งานวิจัยบอกอะไรจริงๆ เกี่ยวกับ fasting กับฮอร์โมนเพศหญิง รอบเดือน และภาวะเจริญพันธุ์ และตรงไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
สิ่งที่อยากบอกไว้ก่อนคือ หลักฐานในเรื่องนี้ยังจำกัดและเป็นข้อมูลเบื้องต้น งานส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ระยะสั้น ราว 6 ถึง 8 สัปดาห์ และมักทำในผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน ผลที่ได้จึงยังสรุปไปถึงผู้หญิงน้ำหนักปกติหรือผลระยะยาวไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นกรอบความเข้าใจระดับประชากรเพื่อการป้องกันและดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำสั่งจ่ายเฉพาะบุคคล และถ้าคุณมีปัญหารอบเดือน ฮอร์โมน หรือกำลังวางแผนมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
fasting กับฮอร์โมนเพศหญิง งานวิจัยบอกอะไร และยังไม่บอกอะไร
ในผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะอ้วน งานขนาดเล็กบางงานรายงานว่า การอดอาหารเป็นช่วงหรือการจำกัดเวลากินสัมพันธ์กับแอนโดรเจน เช่น เทสโทสเตอโรนและค่า free androgen index ที่ลดลง และ SHBG ที่เพิ่มขึ้น โดยบางงานพบสัญญาณชัดขึ้นเมื่อกินอาหารเสร็จตั้งแต่ช่วงต้นวัน ส่วนเอสโตรเจน ฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ (gonadotropin) และโปรแลกตินยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่สม่ำเสมอ ผลจึงไม่ถือว่าไปในทิศทางเดียวกันทุกตัวชี้วัด
ต้องย้ำว่าหลักฐานมาจากงานแทรกแซงขนาดเล็กหลายรูปแบบ บางงานไม่มีกลุ่มควบคุม และบางผลลัพธ์เป็นการวิเคราะห์รองจากตัวอย่างที่มีข้อมูลไม่ครบ จึงยังแยกผลของช่วงเวลากินออกจากน้ำหนักที่ลดลง การเปลี่ยนพลังงานรวม และปัจจัยร่วมอื่นไม่ได้ชัด และยังไม่ควรสรุปเชิงสาเหตุ ในหญิงก่อนวัยหมดประจำเดือนหลายงานยังไม่ได้วัดเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรนอย่างเข้มงวด เพราะไม่ได้ควบคุมว่าเจาะเลือดวันไหนของรอบเดือน การตีความจึงมีข้อจำกัด
อีกจุดที่มีการรายงานคือ DHEA ซึ่งเป็นฮอร์โมนตั้งต้นของฮอร์โมนเพศ พบว่าลดลงทั้งในหญิงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือนหลังจำกัดเวลากินราว 8 สัปดาห์ แต่ยังไม่ทราบว่าการลดนี้ส่งผลระยะยาวต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร ข้อมูลส่วนนี้มาจากการวิเคราะห์ต่อยอดของงานขนาดเล็ก รวมผู้เข้าร่วมราว 23 คน จึงยังไม่ควรเรียกว่าเป็นหลักฐานที่หนักแน่น และควรระวังเป็นพิเศษว่า ทั้งงานที่วัด DHEA และรีวิวที่นำมาสรุปทิศทางผลต่อฮอร์โมน มาจากกลุ่มวิจัยเดียวกัน จึงยังไม่ถือว่ามีสองแหล่งที่เป็นอิสระต่อกันจริง มีรีวิวจากกลุ่มวิจัยอีกกลุ่มที่ประเมินหลักฐานชุดเดียวกันและยืนยันทิศทางเดิม พร้อมย้ำว่าข้อมูลในมนุษย์ยังจำกัด
จุดเสี่ยงที่สำคัญที่สุด: พลังงานที่มีน้อยเกินไปกับรอบเดือน
เรื่องที่ต้องเน้นมากที่สุดในหัวข้อนี้คือภาวะที่เรียกว่า “พลังงานที่เหลือใช้ต่ำ” (low energy availability; LEA) ซึ่งหมายถึงพลังงานจากอาหารที่เหลือให้ระบบต่างๆ ของร่างกายใช้หลังหักพลังงานจากการออกกำลัง โดยมักประเมินเทียบกับมวลไร้ไขมัน จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกับ “แคลอรีสุทธิติดลบทั้งวัน” หรือน้ำหนักลดเพียงอย่างเดียว ในงานด้านกีฬา การได้รับ LEA ที่รุนแรงหรือยืดเยื้อสัมพันธ์กับการรบกวนหลายระบบ รวมถึงการทำงานสืบพันธุ์ แต่ความผิดปกติของรอบเดือนมีหลายสาเหตุและต้องประเมินโดยแพทย์
แนวทางของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลระบุว่า RED-S เป็นกลุ่มอาการหลายระบบในนักกีฬาที่เกิดจากการได้รับ problematic LEA ซึ่งรุนแรงหรือยืดเยื้อ และอาจรวมถึงการทำงานสืบพันธุ์ที่บกพร่อง ขณะที่แนวทางของ Endocrine Society ระบุว่าประจำเดือนขาดจากสมองส่วนไฮโปทาลามัส (functional hypothalamic amenorrhea; FHA) เป็นการวินิจฉัยโดยตัดสาเหตุอื่นออกก่อน และอาจเกี่ยวข้องกับพลังงานไม่พอ น้ำหนักลด ความเครียด หรือออกกำลังมาก
การวินิจฉัยและการดูแล FHA เป็นหน้าที่ของทีมรักษาที่มีใบอนุญาต ประจำเดือนขาดมีสาเหตุสำคัญอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น การตั้งครรภ์ ปัญหาไทรอยด์ ฮอร์โมนโปรแลกตินสูง PCOS หรือภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนวัย จึงไม่ควรวินิจฉัยหรือรักษาเองจากบทความนี้ และควรพบสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ต่อมไร้ท่อเพื่อหาสาเหตุ
กรณี PCOS: สัญญาณเบื้องต้นจากงานไม่มีกลุ่มควบคุมที่หลักฐานยังจำกัดมาก
ในกลุ่มผู้หญิงที่เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ชนิดที่ไม่ตกไข่ มีงานนำร่องรายงานการเปลี่ยนแปลงก่อน–หลังการจำกัดเวลากินให้อยู่ในหน้าต่าง 8 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลาราว 5 ถึง 6 สัปดาห์ โดยน้ำหนัก ค่าอินซูลินและแอนโดรเจน และความสม่ำเสมอของประจำเดือนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นสัญญาณตั้งต้นที่ควรศึกษาต่อ
แต่ต้องอ่านด้วยความระวัง เพราะเป็นงานขนาดเล็กมาก มีผู้เข้าร่วมเพียง 15 คน ไม่มีกลุ่มควบคุมและไม่ได้สุ่ม จึงยังสรุปเชิงสาเหตุไม่ได้ว่า fasting เป็นตัวทำให้ดีขึ้น รีวิวที่ประเมินหลักฐาน fasting ใน PCOS ก็สรุปในทำนองเดียวกันว่ามีสัญญาณบวกแต่ถูกจำกัดด้วยขนาดงานและการออกแบบ ต้องรอการศึกษาที่ใหญ่และมีกลุ่มเปรียบเทียบก่อนจึงจะมั่นใจได้ และแม้ค่าเหล่านี้จะดีขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่า fasting เป็นวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากหรือเป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
ภาวะเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์: ยังขาดหลักฐาน
ผลของ fasting ต่อภาวะเจริญพันธุ์และผลลัพธ์การตั้งครรภ์ในผู้หญิงยังเป็นช่องว่างงานวิจัยที่ชัดเจน ยังไม่มีข้อมูลคุณภาพสูงพอที่จะแนะนำให้ผู้ที่พยายามมีบุตรใช้ fasting เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ทั้งรีวิวอิสระและรีวิวงานทดลองในมนุษย์ต่างเน้นตรงกันว่าจำนวนงานในผู้หญิงยังน้อยและขาดข้อมูลผลลัพธ์ด้านการเจริญพันธุ์
ข้อมูลที่พอมีบางส่วนมาจากการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นบริบทของการงดอาหารและน้ำช่วงกลางวันชั่วคราว ต่างจากการทำ fasting เพื่อลดน้ำหนัก งานทบทวนแบบ meta-analysis โดยรวมไม่พบผลชัดต่อน้ำหนักแรกเกิด และงานทบทวนแบบ umbrella review ระบุว่าหลักฐานเรื่องน้ำหนักแรกเกิดต่ำหรือคลอดก่อนกำหนดยังอ่อน ส่วนผลลัพธ์อื่นๆ ยังมีข้อมูลไม่พอจะสรุป จึงไม่ควรใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานว่าการอดอาหารหรือการลดน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ปลอดภัย ผู้ตั้งครรภ์ควรหารือเรื่องการอดอาหาร โภชนาการ และเป้าหมายน้ำหนักกับสูตินรีแพทย์และนักกำหนดอาหาร
วัยหลังหมดประจำเดือน: อะไรเปลี่ยน อะไรไม่เปลี่ยน
ในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนที่มีภาวะอ้วน ผู้เข้าร่วมในงานระยะสั้นขนาดเล็กมีน้ำหนักลดลงประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ระหว่างการจำกัดเวลากิน โดยเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และ SHBG ไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน ส่วน DHEA ลดลงเช่นเดียวกับที่พบในกลุ่มก่อนหมดประจำเดือน งานที่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบตรงสำหรับผลฮอร์โมนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า TRE เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
เช่นเดียวกับหัวข้ออื่น นี่เป็นข้อมูลระยะสั้นและกลุ่มตัวอย่างเล็ก ในงานที่อ้างถึงมีผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนราว 11 คน การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักในกลุ่มนี้จึงเป็นผลหลักที่พอเห็นได้ ส่วนภาพของฮอร์โมนเพศโดยรวมยังมีขนาดผลเล็กและต้องการงานที่ใหญ่กว่านี้ยืนยัน
อีกกลุ่มที่ควรพูดถึงแยกคือผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน (perimenopause) ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนหมดประจำเดือน และรอบเดือนมักแปรปรวนไม่สม่ำเสมอตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ตีความรอบเดือนที่ผิดปกติว่าเป็นสัญญาณเตือนจาก fasting ได้ยากกว่าคนที่รอบเดือนปกติ กลุ่มนี้จึงควรปรึกษาแพทย์เรื่องการทำ fasting และการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน มากกว่าจะอาศัยการสังเกตตัวเองเพียงอย่างเดียว
ความเสี่ยงพฤติกรรมการกินผิดปกติ และใครควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
อีกด้านที่ต้องพูดให้ชัดคือ การทำ fasting โดยเฉพาะเมื่อทำเพื่อคุมน้ำหนัก มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินผิดปกติ เช่น การกินไม่หยุด (binge eating) และการออกกำลังชดเชยแบบบังคับตัวเอง โดยพบสัญญาณนี้ชัดกว่าในผู้หญิงและในกลุ่มวัยรุ่นถึงผู้ใหญ่ตอนต้น ข้อมูลนี้มาจากการศึกษาแบบสำรวจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง จึงบอกได้ว่ามีความสัมพันธ์กัน ไม่ได้บอกว่า fasting เป็นสาเหตุ ผู้ที่มีประวัติหรือกำลังรักษาโรคพฤติกรรมการกินผิดปกติไม่ควรเริ่มการจำกัดอาหารแบบนี้เอง และควรหารือกับทีมรักษาเฉพาะทาง
กลุ่มที่มีความต้องการด้านพลังงาน สารอาหาร การติดตาม หรือยาเฉพาะบุคคล และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนพิจารณา fasting ได้แก่
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร กำลังพยายามมีบุตร หรือมีบุตรยาก เพราะยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงว่า fasting เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ และความต้องการพลังงานกับสารอาหารต้องประเมินเป็นรายบุคคล
- ผู้ที่มีประวัติหรือกำลังเป็นหรือกำลังรักษาโรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ หรือมีความสัมพันธ์กับอาหารที่เปราะบาง
- ผู้ที่ประจำเดือนขาดหรือมาไม่สม่ำเสมออยู่แล้ว หรือมีภาวะพลังงานเหลือใช้ต่ำ เช่น นักกีฬาที่เข้าข่าย RED-S หรือ female athlete triad
- ผู้ที่น้ำหนักต่ำ ทุพโภชนาการ หรือกำลังป่วยหรือพักฟื้น
- เด็กและวัยรุ่น
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังที่ต้องคุมมื้ออาหารหรือเวลายา เช่น เบาหวานที่ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล ควรหารือกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และไม่ปรับยา/อินซูลินจากบทความนี้
สัญญาณที่ควรหยุดและปรึกษาแพทย์:
- ประจำเดือนขาดหายหรือผิดปกติหลังเริ่ม fasting ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานอาจไม่พอ ควรหยุดและปรึกษาแพทย์
- น้ำหนักลดเร็วผิดปกติ อ่อนเพลียมาก เวียนศีรษะ หนาวง่าย หรือผมร่วง
- หมกมุ่นกับอาหารหรือน้ำหนัก กินไม่หยุด หรือออกกำลังชดเชยแบบบังคับตัวเอง
- อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ หรือสมาธิลดลงอย่างชัดเจน
- ในผู้ตั้งครรภ์ ถ้าลูกดิ้นน้อยลง เวียนศีรษะจนเป็นลม หรือมีภาวะขาดน้ำ ต้องพบแพทย์ทันที
จุดที่ต้องระวังที่สุด: LEA คือพลังงานจากอาหารที่เหลือหลังหักพลังงานจากการออกกำลังเมื่อเทียบกับมวลไร้ไขมัน ไม่ใช่แคลอรีสุทธิติดลบทั้งวัน และ problematic LEA ที่รุนแรงหรือยืดเยื้ออาจรบกวนการทำงานสืบพันธุ์ได้
หากรอบเดือนเริ่มผิดปกติหรือขาดหาย ควรหยุดการทดลองและพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่วินิจฉัยว่าเป็น FHA หรือ LEA ด้วยตนเอง การวินิจฉัยและการดูแล FHA เป็นหน้าที่ของทีมรักษาที่มีใบอนุญาต ที่มา แนวทาง IOC เรื่อง RED-S (PMID 37752011) และแนวทาง Endocrine Society เรื่อง FHA (PMID 28368518)
ประเด็นที่ควรหารือก่อนลอง
หากสนใจ fasting ให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นประเด็นหารือกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร ไม่ใช่แผนอาหารเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะเมื่อมีโรคประจำตัว ใช้ยา ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ มีรอบเดือนผิดปกติ หรือมีประวัติพฤติกรรมการกินผิดปกติ
- ทบทวนความเหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพลังงานและสารอาหารรวม ยา โรคประจำตัว และเป้าหมายการตั้งครรภ์ โดยให้ผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้กำหนดแผนเฉพาะบุคคล
- ใช้การสังเกตตัวเองเพื่อประกอบการหารือ เช่น รอบเดือน พลังงาน อารมณ์ และความสัมพันธ์กับอาหาร แต่ไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้วินิจฉัยโรคเอง
- หยุดและขอการประเมิน เมื่อรอบเดือนผิดปกติ น้ำหนักลดเร็ว หน้ามืด อ่อนเพลียมาก หรือเกิดพฤติกรรมกิน/ออกกำลังแบบบังคับ
จำไว้ว่าหลักฐานในผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นงานเล็กและระยะสั้นที่ทำในกลุ่มผู้มีภาวะอ้วน ผลจึงอาจไม่เหมือนกันในคนน้ำหนักปกติ และการใช้ fasting เป็นเครื่องมือคุมน้ำหนักแบบสุดโต่งพบความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้หญิง แต่หลักฐานแบบภาคตัดขวางยังบอกไม่ได้ว่า fasting เป็นสาเหตุ
บทความนี้จัดทำโดย Health Coach ที่ได้รับการรับรองจากงานวิจัยและวรรณกรรมวิชาการ เพื่อการศึกษาทั่วไปในระดับประชากร ไม่ใช่การวินิจฉัย การรักษา แผนอาหารหรือการออกกำลังกาย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล และไม่ควรใช้เพื่อเริ่ม หยุด หรือปรับยา อาหารเสริม อาหาร หรือการออกกำลังกายด้วยตนเอง โปรดปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตซึ่งเกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้เมื่อมีความเสี่ยงทางการแพทย์ โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัว ใช้ยา ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ กำลังพิจารณาอดอาหารเป็นเวลานาน หรือมีอาการผิดปกติ หากมีอาการฉุกเฉินให้ติดต่อบริการฉุกเฉินทันที



อ่านต่อ
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

Refeeding syndrome: สรุปความเสี่ยงหลังขาดสารอาหารและเหตุผลที่ต้องประเมินโดยทีมแพทย์
ฉบับย่อของ refeeding syndrome ซึ่งอาจเกิดเมื่อเริ่มให้พลังงานกลับหลังขาดอาหารหรือขาดสารอาหารอย่างมาก สรุปกลไก ปัจจัยเสี่ยง ความต่างของแนวทางวิชาชีพ และเหตุผลที่ไม่ควรใช้ตารางให้อาหาร วิตามิน หรือเกลือแร่ด้วยตนเอง
อ่านบทความ
ออกกำลังตอนท้องว่าง: สรุปสั้นว่าเผาไขมันได้จริงไหม หลักฐานใช้กับใคร และใครควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ฉบับย่อของการออกกำลังตอนท้องว่าง: ท้องว่างเพิ่มการเผาไขมันระหว่างเซสชัน แต่ยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงว่าลดน้ำหนักหรือไขมันสะสมได้เหนือกว่าอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว งานเปรียบเทียบยังเล็ก สั้น และหลายงานเสี่ยง bias สูง ผลขึ้นกับภาพรวมพลังงาน โภชนาการ การฝึก และความสม่ำเสมอ พร้อมขอบเขตความปลอดภัยสำหรับผู้เป็นเบาหวานและกลุ่มเสี่ยง
อ่านบทความ
การอดอาหารเป็นช่วง: ใครไม่ควรทำ และสัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดทันที
ฉบับย่อเรื่องความปลอดภัยของการอดอาหารเป็นช่วง สรุปว่าใครไม่ควรทำหรือต้องทำภายใต้การดูแลแพทย์ ตั้งแต่ผู้เป็นเบาหวานที่ใช้อินซูลินหรือ sulfonylurea หญิงตั้งครรภ์และให้นม ผู้มีประวัติโรคการกินผิดปกติ ผู้ที่น้ำหนักน้อย และผู้สูงอายุเปราะบาง พร้อมสัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดทันทีและวิธีเริ่มอย่างปลอดภัย
อ่านบทความตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้
- 1 Effect of Intermittent Fasting on Reproductive Hormone Levels in Females and Males: A Review of Human Trials (Nutrients 2022, PMID 35684143) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 2 Effects of Intermittent Fasting on Female Reproductive Function: A Review of Animal and Human Studies (Current Nutrition Reports 2024, PMID 39320714) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 3 Effect of time-restricted eating on sex hormone levels in premenopausal and postmenopausal females (Obesity (Silver Spring) 2023, PMID 36203273) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 4 2023 IOC consensus statement on Relative Energy Deficiency in Sport (REDs) (British Journal of Sports Medicine 2023, PMID 37752011) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 5 Functional Hypothalamic Amenorrhea: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline (J Clin Endocrinol Metab 2017, PMID 28368518) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 6 Eight-hour time-restricted feeding improves endocrine and metabolic profiles in women with anovulatory polycystic ovary syndrome (Journal of Translational Medicine 2021, PMID 33849562) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 7 The effect of Ramadan fasting during pregnancy on perinatal outcomes: a systematic review and meta-analysis (BMC Pregnancy and Childbirth 2018, PMID 30359228) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 8 Impacts of Ramadan fasting during pregnancy on pregnancy and birth outcomes: An umbrella review (Int J Gynaecol Obstet 2025, PMID 39785103) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 9 Intermittent fasting: Describing engagement and associations with eating disorder behaviors and psychopathology among Canadian adolescents and young adults (Eating Behaviors 2022, PMID 36368052) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 10 Intermittent fasting: consider the risks of disordered eating for your patient (Clinical Diabetes and Endocrinology 2023, PMID 37865786) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 11 ACOG and ASRM Prepregnancy Counseling (Committee Opinion No. 762) acog.org
ตรวจสอบโดย Health Coach : A888