การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก: ทำไมการตรวจก่อนมีอาการถึงคุ้มค่า และมีทางเลือกอะไรบ้าง
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมะเร็งที่พบบ่อยและป้องกันได้ เพราะส่วนใหญ่ค่อยๆ ก่อตัวจากติ่งเนื้อที่ใช้เวลาหลายปี บทความนี้อธิบายว่าการคัดกรองทำงานอย่างไร มีทางเลือกอะไรบ้างทั้งการตรวจอุจจาระและการส่องกล้อง ใครควรเริ่มเมื่อไรตามแนวทางสากล และสัญญาณเตือนที่ต้องไปพบแพทย์เสมอ โดยให้แพทย์เป็นผู้เลือกวิธีและช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณ

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่เรามีเครื่องมือช่วยป้องกันได้จริงตั้งแต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น คุณอาจเคยได้ยินคำว่า ส่องกล้องลำไส้ หรือ ตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวหรือน่ากลัว บทความนี้อยากชวนคุณมาทำความเข้าใจว่าการคัดกรองมะเร็งลำไส้คืออะไร ทำไมมันถึงได้ผลดีเป็นพิเศษ และมีทางเลือกอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะได้คุยกับแพทย์ของคุณได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
ขอเริ่มด้วยข่าวที่ให้กำลังใจก่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จากติ่งเนื้อเล็กๆ ในลำไส้ กว่าจะกลายเป็นมะเร็งมักใช้เวลาหลายปี ช่องว่างของเวลานี้เองคือโอกาสที่ทำให้การคัดกรองทำงานได้ นั่นคือเราสามารถตรวจพบและจัดการกับติ่งเนื้อได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นมะเร็ง หรือเจอมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกที่ยังรักษาได้ผลดีกว่ามาก
มะเร็งลำไส้ใหญ่คืออะไร และทำไมถึงเป็นมะเร็งที่ป้องกันได้
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า colorectal cancer คือมะเร็งที่เกิดในลำไส้ใหญ่หรือส่วนปลายที่เป็นทวารหนัก เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งทั้งในผู้ชายและผู้หญิงทั่วโลก แต่สิ่งที่ทำให้มันต่างจากมะเร็งหลายชนิดคือ เรามีวิธีตรวจหาและจัดการกับมันได้ตั้งแต่ก่อนที่มันจะกลายเป็นมะเร็งเต็มตัว
กุญแจสำคัญอยู่ที่ธรรมชาติของโรค มะเร็งลำไส้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ค่อยๆ พัฒนามาจากติ่งเนื้อเล็กๆ ที่เรียกว่า polyp ซึ่งงอกอยู่ที่ผนังลำไส้ ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่บางชนิดสามารถค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งได้ในเวลาหลายปี กระบวนการที่ช้านี้เองคือเหตุผลที่การคัดกรองได้ผล เพราะมันเปิดช่องให้เราเข้าไปตรวจเจอและจัดการได้ทันก่อนที่เรื่องจะลุกลาม
ทำไมการคัดกรองถึงได้ผลเป็นพิเศษ
คำว่า คัดกรอง หมายถึงการตรวจในคนที่ยังไม่มีอาการ เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับมะเร็งลำไส้ การคัดกรองทำหน้าที่ได้สองอย่างในคราวเดียว อย่างแรกคือช่วยพบและเอาติ่งเนื้อออกก่อนที่มันจะกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งเท่ากับป้องกันมะเร็งได้ตั้งแต่ต้นทาง อย่างที่สองคือถ้ามีมะเร็งเกิดขึ้นแล้ว การเจอตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่แพร่กระจาย มักทำให้การรักษาได้ผลดีกว่าการเจอตอนที่มีอาการชัดเจนแล้วมาก
นี่คือจุดที่ทำให้มะเร็งลำไส้ต่างจากมะเร็งอีกหลายชนิด เพราะเรามีทั้งเวลาและเครื่องมือที่จะเข้าไปแทรกในช่วงที่ยังเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การคัดกรองจึงไม่ใช่แค่การไปหามะเร็ง แต่เป็นการลดโอกาสที่มะเร็งจะเกิดขึ้นด้วย
ทางเลือกในการคัดกรองมีอะไรบ้าง
แนวทางสากลระบุว่ามีวิธีคัดกรองหลายแบบที่ยอมรับได้ และไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน วิธีที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และเป็นสิ่งที่ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ โดยรวมแล้วพอจะแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่
การตรวจจากอุจจาระ เป็นการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติ เช่น การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระด้วยวิธี FIT หรือการตรวจที่ดูทั้งเลือดแฝงและสารพันธุกรรมที่เรียกว่า FIT-DNA วิธีกลุ่มนี้ทำได้ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องเตรียมตัวมาก แต่ต้องทำซ้ำเป็นระยะตามที่แพทย์กำหนด และถ้าผลออกมาผิดปกติ มักต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้เพื่อหาสาเหตุ
การตรวจด้วยการมองดูลำไส้โดยตรง ที่รู้จักกันดีคือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หรือ colonoscopy ซึ่งแพทย์ใช้กล้องส่องดูลำไส้ได้ตลอดความยาว และมีข้อดีคือถ้าเจอติ่งเนื้อก็มักตัดออกได้ในคราวเดียว นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ หรือ CT colonography และการส่องกล้องลำไส้ส่วนปลาย หรือ sigmoidoscopy แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด ความถี่ในการทำ และการเตรียมตัวที่ต่างกันไป
ประเด็นสำคัญคือ วิธีที่ดีที่สุดมักเป็นวิธีที่คุณกับแพทย์เลือกร่วมกันแล้วทำได้จริงและทำต่อเนื่องได้ ไม่ใช่วิธีที่ฟังดูดีที่สุดในทางทฤษฎีแต่คุณไม่ได้ทำ
ใครควรเริ่มคัดกรอง และเมื่อไร
ตรงนี้ต้องเข้าใจให้ชัดว่าตัวเลขอายุที่กำลังจะพูดถึงมาจากแนวทางของสหรัฐอเมริกา ทั้งของ USPSTF และ American Cancer Society ซึ่งแนะนำให้คนที่มีความเสี่ยงระดับทั่วไปเริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปี ไปจนถึงราวอายุ 75 ปี ส่วนช่วงอายุ 76 ถึง 85 ปี เป็นการตัดสินใจเป็นรายบุคคลร่วมกับแพทย์ โดยดูสุขภาพโดยรวมและประวัติการตรวจที่ผ่านมาประกอบกัน
สิ่งที่ต้องเน้นคือ แต่ละประเทศรวมถึงประเทศไทยมีโปรแกรมคัดกรองและคำแนะนำของตัวเอง ซึ่งอาจต่างจากตัวเลขข้างต้น และช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนก็ต่างกัน คนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าทั่วไป เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ เคยมีติ่งเนื้อบางชนิด หรือมีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังบางอย่าง อาจต้องเริ่มคัดกรองเร็วขึ้นและด้วยวิธีที่ต่างออกไป ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แพทย์จะช่วยพิจารณาให้เหมาะกับตัวคุณ ไม่ใช่ตัวเลขสำเร็จรูปที่ใช้กับทุกคนได้เหมือนกัน
สัญญาณเตือนที่ต้องไปพบแพทย์เสมอ ไม่ว่าอายุเท่าไร
เรื่องหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ การคัดกรองมีไว้สำหรับคนที่ยังไม่มีอาการ แต่ถ้าคุณมีอาการผิดปกติอยู่แล้ว นั่นไม่ใช่เรื่องของการคัดกรอง แต่เป็นเรื่องที่ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยไม่ต้องรอให้อายุถึงเกณฑ์ใดๆ
อาการที่ควรไปพบแพทย์เสมอ ได้แก่
- มีเลือดออกทางทวารหนัก หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
- การขับถ่ายที่เปลี่ยนไปและเป็นต่อเนื่อง เช่น ท้องเสียหรือท้องผูกที่ผิดจากปกติ หรือลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไป
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่หาสาเหตุไม่ได้
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป หลายครั้งมีสาเหตุอื่นที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจ ไม่ใช่ปล่อยผ่านหรือรอให้หายไปเอง
จุดที่ต้องระวัง: ผลตรวจที่ปกติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยตลอดไป และคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน
การตรวจอุจจาระที่ได้ผลปกติในครั้งหนึ่ง ไม่ได้รับประกันว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ เลย จึงต้องตรวจซ้ำเป็นระยะตามที่แพทย์แนะนำ และถ้าผลผิดปกติ มักต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้เพื่อหาสาเหตุ นอกจากนี้คนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าทั่วไป เช่น มีประวัติครอบครัวหรือมีโรคลำไส้บางอย่าง อาจต้องเริ่มเร็วขึ้นและใช้วิธีที่ต่างออกไป ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแพทย์ ที่สำคัญ ตัวเลขอายุที่ยกมาเป็นแนวทางของสหรัฐอเมริกา แต่ละประเทศรวมถึงไทยมีโปรแกรมของตัวเอง ที่มา USPSTF (PMID 34003218), StatPearls (NBK470380)
เริ่มได้ตั้งแต่พรุ่งนี้
สิ่งที่คุณเริ่มทำได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ ไม่ใช่การไปตรวจอะไรด้วยตัวเอง แต่เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคุยกับแพทย์
ก้าวแรก ลองสืบประวัติครอบครัวของคุณว่ามีใครเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเคยมีติ่งเนื้อในลำไส้หรือไม่ และเป็นตอนอายุเท่าไร ข้อมูลนี้สำคัญมากต่อการที่แพทย์จะประเมินความเสี่ยงของคุณ
ก้าวที่สอง เมื่อมีโอกาสพบแพทย์ ลองถามตรงๆ ว่าสำหรับคุณแล้ว ควรเริ่มคัดกรองเมื่อไร และวิธีไหนเหมาะกับคุณที่สุด เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับอายุ ความเสี่ยง และความสะดวกของตัวคุณเอง
ก้าวที่สาม อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน ถ้ามีเลือดออกทางทวารหนัก หรือการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง อย่ารอ ให้ไปพบแพทย์ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไรก็ตาม การใส่ใจตั้งแต่เนิ่นๆ คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่คุณทำให้ตัวเองได้
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำแทนการปรึกษาแพทย์ และไม่ใช่การวินิจฉัยรายบุคคล การตัดสินใจว่าควรคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อไรและด้วยวิธีใด ควรทำร่วมกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เสมอ



อ่านต่อ
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

Long COVID: สรุปอาการล้า สมองตื้อ ใจสั่น และหลักการ pacing เพื่อฟื้นตัว
ฉบับย่อของ Long COVID สรุปว่างานวิจัยพบอะไร อาการที่พบบ่อยอย่างความล้า สมองตื้อ และใจสั่นเวลาลุกยืน ทำไมการฝืนออกกำลังแบบ push-through อาจทำให้คนที่มีอาการทรุดหลังออกแรง (PEM) แย่ลง หลักการ pacing ที่ถูกศึกษาเพื่อจัดการอาการ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ โดยเป็นการให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่รับประกันว่าหายขาด
อ่านบทความ
สุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง: สรุปสั้นว่าปริทันต์เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานอย่างไร
ฉบับย่อของสุขภาพช่องปากกับโรคเรื้อรัง สรุปว่าโรคปริทันต์คืออะไร เชื่อมกับหัวใจและเบาหวานผ่านการอักเสบอย่างไร ทำไมความสัมพันธ์กับหัวใจเป็นเชิงสังเกตที่ยังไม่ใช่สาเหตุ ทำไมยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาปริทันต์ป้องกันหัวใจวายหรือสโตรก ความสัมพันธ์สองทางกับเบาหวานที่หลักฐานหนักแน่นกว่า ใครควรระวัง และเริ่มดูแลช่องปากได้อย่างไร
อ่านบทความ
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่: สรุปสั้นว่าทำไมยังต้องฉีด และคุยกับหมออย่างไร
ฉบับย่อของเรื่องวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ สรุปว่าทำไมภูมิคุ้มกันถึงลดลงตามวัย วัคซีนกลุ่มไหนที่มักเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ ทำไมวัคซีนปกป้องทั้งตัวคุณและคนรอบข้าง และจะเริ่มคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรให้เหมาะกับตัวคุณได้อย่างไร
อ่านบทความตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงสำหรับบทความนี้
- 1 US Preventive Services Task Force (Davidson KW et al). Screening for Colorectal Cancer: USPSTF Recommendation Statement (JAMA 2021, PMID 34003218) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 2 Wolf AMD et al. Colorectal cancer screening for average-risk adults: 2018 guideline update from the American Cancer Society (CA Cancer J Clin 2018, PMID 29846947) pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
- 3 StatPearls (NCBI Bookshelf NBK470380): Colon Cancer ncbi.nlm.nih.gov
ตรวจสอบโดย Health Coach : A888